หน้าแรก
lanna  wisdom School 
Artisan
Contact  Salah
Great Teacher of Craftsman
Tale of Lanna
About Salahlanna Group
Site  map
Lanna Trand
Lanna Art
About Website
Lanna Gallery

                      กลุ่มคนต่างๆเชียงใหม่

                         
       
นอกจากคนเมืองหรือคนล้านนาแล้ว ในเชียงใหม
่ยังมีคนอีกหลายกลุ่มหลายชาติพันธุ์
มาอาศัยพักพิงอยู่มากมาย ดังจะขอกล่าวถึงเป็นกลุ่ม ๆ ไป

ลัวะ

     ชาวลัวะเป็นชนกลุ่มหนึ่งที่อยู่อาศัยก่อนที่จะมีการสร้างเมืองเชียงใหม่ขึ้น
โดยในตำนานเมืองเชียงใหม่ได้กล่าวถึงลัวะ 2 กลุ่ม กลุ่มหนึ่งสืบเชื้อสาย
มาจากปู่และย่าแสะกับฤษีวาสุเทพเรื่องราวของลัวะปรากฎอยู่ในตำนาน
พระธาตุ ตำนานพระพุทธบาท และตำนานพระเจ้าเลียบโลก
ของล้านนาด้วยเอกสารคัมภีร์ใบลานฉบับวัดเจดีย์หลวงที่จารึกในสมัย
พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว พ.ศ. 2440 เขียนไว้ว่า
มีชุมชนลัวะอาศัยอยู่นอกเมืองเชียงใหม่มีการตั้งวัดและมีแนวปฎิบัติของตนเอง
รียกว่า นิกายลัวะ

       ลัวะกับคนเมืองมีความสัมพันธ์กันหลานด้านจนแทบจะแยกกัน
ไม่ออกพึ่งพาอาศัยกันมา ตั้งแต่อดีต วัฒนธรรมประเพณีของลัวะกับคนเมือง
ก็มีลักษณะคล้ายกันมากจนยากจะบอกได้ว่าแท้ที่จริงนั้นใครเป็นผู้ริเริ่มทำมาก่อน
อย่างประเพณีบูชาเสาอินทขีล อันเป็นเสาหลักเมืองเชียงใหม่นั้นก็ปรากฎว่าคนเมือง
สืบมาจากลัวะ เพราะมีตำนานกล่าวไว้ว่า พระอินทร์ได้มอบเสาอินทชีล
ให้พวกลัวะที่นพบุรี ลัวะจึงถือปฏิบัติกันต่อมา

       ปัจจุบันลัวะอาศัยอยู่ทั่วเมืองเชียงใหม่และแม่ฮ่องสอน โดยชุมชนลัวะเดิม
ในเชียงใหม่อาศัยกระจายอยู่ทั่วเมือง โดยเฉพาะบริเวณเชิงดอยสุเทพตั้งแต่อำเภอแม่ริม
เรื่อยลงไปจนถึงอำเภอฮอด และมีเป็นจำนวนมากที่อาศัยอยู่ร่วมกับคนเมืองจนถูกกลืน
กลายเป็นคนเมืองในที่สุด อาทิ ลัวะที่อาศัยอยู่นอกกำแพงเมืองเชียงใหม่ด้านทิศใต้
ในเขตอำเภอหางดง ด้านตะวันออกของเชียงใหม่ในเขตอำเภอสันกำแพง
อำเภอสันทราย อำเภอจอมทอง แต่ก็ยังมีลัวะที่ตั้งถิ่นฐานอยู่บนภูเขา
ในเขตอำเภอแม่แจ่ม อำเภอสะเมิง และ อำเภอฮอด คนภายนอกมองลัวะ
พวกนี้เป็นเพียงชาวเขากลุ่มหนึ่งที่ไม่แตกต่างจากชาวเขากลุ่มอื่น ปัจจุบันลัว
ะยังนับถือผีและวิญญาณอย่างเคร่งครัด

เม็ง

     ในอดีตบริเวณที่ราบลุ่มแม่น้ำปิง และบริเวณที่ตั้งเมืองเชียงใหม
่มีพวกเม็งหรือมอญโบราณอาศัยรวมปะปนอยู่กับลัวะด้วย แม่น้ำปิงที่เรา
รู้จักกันดีนี้นอกจากจะมีชื่อว่าแม่น้ำพิงค์ แม่น้ำระมิงค์ แล้ว ยังมีชื่อเรียกว่า
แม่น้ำเม็งอีกด้วย เนื่องจากเป็นถิ่นที่มีชาวเม็งอาศัยอยู่นั่นเอง

      วัฒนธรรมประเพณีหลายอย่างของชาวมอญมีอิทธิพลต่อวิถีชีวิต
ของคนเมืองเชียงใหม่ ดังเช่นอักษรมอญที่เป็นต้นกำเนิดของอักษรล้านนา
กฎหมายพระธรรมศาสตร์ของล้านนาที่ได้รับอิทธิพลจากพระธรรมศาสตร
์ของมอญ ประเพณีการฟ้อนผีเม็งที่ยังคงได้รับการอนุรักษ์ไว้ เหล่านี้เป็นต้น

       ในสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว มีชาวเม็งอาศัย
อยู่ในบริเวณถนนท่าแพ ภายในกำแพงเมืองชั้นนอก ปัจจุบันพวกเม็ง
หรือผู้ที่สืบเชื้อสายจากพวกเม็งอาศัยอยู่ในเชียงใหม่หลายกลุ่มด้วยกัน
โดยอาศัยอยู่ในถิ่นฐานเดิม และมีการตั้งถิ่นฐานกระจัดกระจายอย
ู่นอกกำแพงเมืองเชียงใหม่ ได้แก่ บ้านร้องปู่เม็ง อำเภอสันกำแพง
บ้านนาเม็ง อำเภอสันป่าตอง บ้านสันเม็งอำเภอสันทราย บ้านปากกอง
อำเภอสารภี และบ้านสองแคว อำเภอจอมทอง เป็นต้น

เชียงแสน

       ชาวเชียงแสนอพยพมาอยู่ในเชียงใหม่ 2 กลุ่มด้วยกัน คือ
กลุ่มหนึ่งตั้งถิ่นฐานอยู่บริเวณประตูท่าแพด้านใต้ ภายในกำแพงเมืองชั้นนอก
หรือกำแพงดิน และอีกกลุ่มหนึ่งตั้งถิ่นฐานอยู่บริเวณเชิงดอยสุเทพ
พวกนี้นับถือศาสนาพุทธและมีข้อปฏิบัติเป็นแบบฉบับของตัวเอง
เรียกว่า นิกายเชียงแสน

น่านและแพ่ร

      ชาวน่านอพยพมาจากเมืองน่าน 2 กลุ่ม กลุ่มแรกมาตั้งถิ่นฐาน
อยู่นอกกำแพงสี่เหลี่ยมด้านตะวันออกเฉียงใต้ หรือแจ่งคะท้ำ
กลุ่มที่ 2  อาศัยอยู่บริเวณถนนท่าแพในกำแพงดินชั้นนอก

ส่วนชาวแพร่นั้นมาตั้งถิ่นฐานบ้านเรือนอยู่นอกเมืองเชียงใหม่
ในบริเวณบ้านทุ่งต้อม อำเภอหางดง

ไท

      ชาวไทนี้ไม่มีหลักฐานว่าอพยพมาจากถิ่นใดหรือเป็นพวกใดกันแน่
แต่เอกสารคัมภีร์ใบลานฉบับวัดพระเจดีย์หลวงที่จารึกไว้ว่าคนนิกายไท
กลุ่มหนึ่งตั้งบ้านเรือนอยู่ในบริเวณริมคูเมืองด้านนอกติดกับประตูท่าแพ
ปัจจุบันอีกกลุ่มหนึ่งตั้งบ้านเรือนอยู่ในบริเวณริมคูเมืองด้านนอกติดกับประตูท่าแพ
ปัจจุบันอีกกลุ่มหนึ่งตั้งบ้านเรือนอยู่ที่ทุ่งช้างคลานนอกกำแพงดินเมืองเชียงใหม่
และกลุ่มสุดท้ายตั้งถิ่นฐานอยู่ริมฝั่งตะวันออกของแม่น้ำปิง สันนิษฐานว่า
พวกนี้อาจมากับบริษัทต่างชาติที่มาทำไม้สักที่เชียงใหม่

                                    

                                      สรงน้ำพระพุทธสิหิงค์ในวันสงกรานต์

พม่า

       ชาวล้านนาเรียกพม่าว่า ม่าน ชาวพม่ามีบทบาทอย่างมากต่อวัฒนธรรมของ
เชียงใหม่ เนื่องจากเคยเข้าครอบครองเชียงใหม่มานานกว่า 200 ปีสิ่งที่พม่าเข้ามามีอิทธิพล
นั้นมีหลายอย่างด้วยกัน อาทิ อาหารการกิน ลักษณะทางสถาปัตยกรรมของวัดวาอาราม
หลายแห่งภาษาและ ประเพณีชาวพม่าเข้ามาตั้งถิ่นฐานอยู่ทั้งในเมือง และ บริเวณกำแพง
สี่เหลี่ยมด้านตะวันออกเฉียงใต้ หรือทั้งด้านในและด้านนอกของบริเวณแจ่งคะท้ำ

ไทใหญ

       ชาวไทใหญ่หรือที่เรียกว่าเงี้ยวนี้มีชื่อเสียงทางด้านการค้าขาย ผูกขาดทางด้านการค้า
ในเชียงใหม่สมัยโบราณมาโดยตลอด เช่นเดียวกับอีก 2 กลุ่มคือ พม่าและฮ่อ
โดยมีม้าและวัวเป็นพาหนะ ก่อนที่ชาวจีนและชาวอังกฤษจะเข้ามามีบทบาทแทน
ในระยะหลัง นอกจากนี้ชาวไทใหญ่ยังขึ้นชื่อว่ามีความชำนิชำนาญในการทำไม้อีกด้วย

ถิ่นที่ชาวไทใหญ่มาตั้งบ้านเรือนอยู่ในเชียงใหม่ ได้แก่ นอกกำแพงเมืองเชียงใหม
่ด้านเหนือบริเวณประตูช้างเผือก (สันนิษฐานว่าไทใหญ่กลุ่มนี้มีฝีมือในการทำเครื่องสังคโลก
เนื่องจากมีการพบเตาเผาสังคโลกจำนวนมาก อำเภอหางดง อำเภอแม่อาย อำเภอเวียงแหง
อำเภอสันป่าตองชาวไทใหญ่ที่อพยพมาอยู่ที่อำเภอเวียงแหงนั้น
มาจากรัฐฉานในพม่าส่วนที่อพยพมาอยู่ในอำเภอสันป่าตองนั้นหนีการสู้รบ
และการปล้นสะดมแถบเมืองหมอกใหม่ในเขตรัฐฉาน ต่อมาจึงขยายถิ่นฐาน
ไปยังอำเภอพร้าวอำเภอฝาง และอำเภอปายในจังหวัดแม่ฮ่องสอน

คง

         คนเมืองเรียกแม่น้ำสาละวินว่าแม่น้ำคง ชาวคงจึงเป็นคนที่อพยพ
มาจากลุ่มแม่น้ำสาละวินนั่นเอง โดยเข้ามา 3 กลุ่มด้วยกัน กลุ่มแรกมาตั้งถิ่น
ฐานบ้านเรือนอยู่ในกำแพงดินเมืองเชียงใหม่ด้านทิศใต้ บริเวณนอกประตูสวนปรุง
ส่วนอีก 2 กลุ่มตั้งบ้านเรือนอยู่ที่บริเวณวัดดาวดึงส์และวัดศรีสุพรรณ

ไทเขิน

        ชาวล้านนาเรียกพวกที่อพยพมาจากเมืองเชียงตุงว่า เขินหรือไทเขินบางกลุ่ม
อาจถูกกวาดต้อนมาและบางกลุ่มอาจอพยพมาตั้งบ้านเรือน โดยอาศัยอยู่หลายแห่ง
ในเชียงใหม่ อาทิ กลุ่มที่อาศัยอยู่ในกำแพงดินชั้นนอกด้านใต้ซึ่งมีอาชีพทำ
เครื่องเขินและเครื่องเงินมาจนถึงปัจจุบัน กลุ่มที่อาศัยอยู่ใกล้สนามบินเชียงใหม่
เชิงดอยสุเทพ มีอาชีพทำหม้อ และกลุ่มที่ตั้งบ้านเรือนนอกเมืองเชียงใหม่ ได้แก่
ในเขตอำเภอสันกำแพง อำเภอดอยสะเก็ด และอำเภอสันทรายนอกจากนี้ยังม
ีชาวงัวลาย ซึ่งเป็นชาวไทเขินที่อพยพมาจากบ้านงัวลายในรัฐฉาน แล้วเข้ามา
ตั้งถิ่นฐานในกำแพงดินใกล้ประตูหายยาทางด้านใต้ของเชียงใหม่ ชาวงัวลาย
นี้มีฝีมือในการทำเครื่องเงิน

                                    

                              ความเชื่อในเรื่องการทานตุงเป็นสิ่งที่คู่กับชาวล้านนา

ไทลื้อ

      ชาวไทลื้ออพยพเข้ามาตั้งบ้านเรือนอยู่ที่เชียงใหม่หลายกลุ่มด้วยกันได้แก่

1. ชาวยอง อพยพมาจากเมืองยองในรัฐฉานของพม่า ตั้งถิ่นฐานอยู่ที่บริเวณวัดป่าตาล
วัดดงขี้เหล็ก วัดยงพาย วัดดอนปิ่น วัดบ่อค้าง และวัดร้อยพร้อม อำเภอสันกำแพง
กล่าวกันว่าตอนที่พวกยองอพยพเข้ามาใหม่ ๆ นั้นพากันมาทั้งเมือง ตั้งแต่เจ้าเมือง
จนถึงข้าไพร่ มีนิสัยถือตัว เพราะถือเป็นคนเมืองยอง ไม่ใช่พวกไทลื้อโดยทั่วไป

2. ชาวเมืองเลน อพยพมาจากเมืองเลนในรัฐฉาน โดยตั้งถิ่นฐานอยู่ที่กำแพงดิน
ด้านในทางทิศตะวันออก

3. ชาวเมืองหลวง อพยพมาจากเมืองลวงในสิบสองปันนา
มาตั้งถิ่นฐานอยู่ในบริเวณวัดลวงใต้ วัดศรีมุงเมือง และวัดลวงเหนือ อำเภอดอยสะเก็ด

4. ชาวเมืองหลวย อพยพมาจากเมืองหลวยในรัฐฉาน ตั้งถิ่นฐานอยู่ในบริเวณวัดมิ่ง
แก้วดอนชัยและวัดกาดวอน อำเภอสันกำแพง

จีนฮ่อ

      คนเมืองเรียกชาวจีนจากยูนนานที่เดินทางอพยพมาทางบกว่าห้อหรือฮ่อ
จีนฮ่อเข้ามาตั้งถิ่นฐานในเชียงใหม่ และมีความสัมพันธ์ทางการค้าต่อกันมานานแล้ว
เมื่อครั้งยังเป็นอาณาจักรล้านนา โดยมีชุมชนใหญ่ ๆ ในเชียงใหม่อยู่ 2 แห่งคือ
ในอำเภอเมืองเชียงใหม่ และอำเภอฝางในอำเภอเมืองเชียงใหม่นั้นมีชุมชนใหญ่
2 แห่ง คือ บ้านฮ่อ ซึ่งเป็นชุมชนเก่าแก่อยู่นอกกำแพงเมืองด้านตะวันออก
ติดกับแม่น้ำปิง ด้านใต้สะพานนวรัฐ บริเวณถนนเจริญประเทศและอีกกลุ่มหนึ่ง
เป็นชุมชนที่ขยายตัวมาจากบ้านฮ่อ โดยอยู่อีกฝั่งหนึ่งของสะพานนวรัฐ
บริเวณสันป่าข่อยฝั่งตะวันออกของแม่น้ำปิง ส่วนในอำเภอฝางมีชุมชนจีนฮ่อ
อยู่หลายแห่ง อาทิ ดอยอ่างขาง บ้านยาง บ้านหัวฝาย นั่นเป็นพวกจีนฮ่อ
ที่อพยพเข้ามาในช่วงแรก ในระยะหลังมีจีนฮ่อที่ลี้ภัยทางการเมืองเข้ามาอีก
ระลอกใหญ่ในช่วงที่จีนมีการเปลี่ยนแปลงการปกครองเป็นระบบ ชาวจีนฮ่อกลุ่มน
ี้เป็นส่วนหนึ่งของกองกำลังทหารจีนคณะชาติหรือก๊กมินตั๋งที่ชาวไทยเรียกว่า
กองพล 93 ปัจจุบันตั้งถิ่นฐานกระจายอยู่ตามที่ต่าง ๆ ในเชียงใหม่ เชียงราย
แม่ฮ่องสอน โดยมีชุมชนใหญ่อยู่ที่อำเภอเชียงดาว อำเภอฝาง และอำเภอเวียงแหง
จังหวัดเชียงใหม่    ชาวจีนฮ่อนับถือศาสนาทั้งพุทธ คริสต์ และอิสลาม
โดยกลุ่มที่นับถือศาสนาอิสลามมีมากที่สุด ชนชาวจีนมุสลิมนับเป็นเสน่ห์อย่างหนึ่ง
ของเชียงใหม่สร้างความประทับใจให้แก่ผู้พบเห็นได้เสมอ

จีน

     ชาวจีนอพยพมาจากทางใต้เชียงใหม่ คือ กรุงเทพฯ โดยเข้ามาทำมาหากิน
หลังพวกจีนฮ่อ ชาวจีนพวกนี้ล่องเรือมาเมืองไทยจึงเรียกได้ว่าเป็นชาวจีนโพ้นทะเล
คนเมืองเรียกว่าเจ๊ก อย่างที่คนไทยภาคกลางเรียก แต่ก็เป็นการเรียกในกลุ่มชาวจีน
ที่อพยพมารุ่นแรก ๆ เท่านั้นรุ่นหลัง ๆ ที่อยู่อาศัยในเชียงใหม่มานานก็เรียกตัวเอง
ว่าคนเมือง   ชาวจีนที่อพยพเข้ามาในเชียงใหม่มีหลายเชื้อสาย ทั้งแต้จิ๋ว ไหหลำ
กวางตุ้ง และฮกเกี้ยน ทำการค้าขายลงหลักปักฐานอยู่ตรงบริเวณสองฝั่งของแม่น้ำปิง
บริเวณวัดเกตุการาม บริเวณตลาดต้นลำไย และบริเวณถนนท่าแพ ซึ่งปัจจุบัน
เป็นแหล่งดำเนินธุรกิจการค้าที่สำคัญของเชียงใหม่ เหตุที่ชาวจีนอพยพมายังเชียงใหม่
ก็เนื่องจากรัฐบาลไทยลงนามในสนธิสัญญาเบาริง ในปี พ.ศ.2398 ซึ่งถือเป็นการเปิด
การค้าเสรี บริษัทชาวตะวันตกโดยเฉพาะอังกฤษจึงเข้ามาผูกขาดทางการค้าส่งออกแทน
ชาวจีนพ่อค้าชาวจีนจึงต้องค้าขายในประเทศแทน โดยอพยพขึ้นเหนืออย่างต่อเนื่อง
นับแต่นั้นมาการค้าในเชียงใหม่ที่เคยอยู่ในความครอบครองของพวกพม่าและไทใหญ
่ก็ตกมาอยู่ในความครอบครองของจีนเกือบทั้งหมด

ฝรั่ง

     ในเชียงใหม่มีพวกฝรั่งหลายชาติเข้ามาติดต่อและสร้างบ้านเรือนอยู่อาศัย
ประมาณกว่า 100 ปี แล้ว โดยชาวอังกฤษเข้ามาทำไม้ สร้างบ้านอยู่บริเวณวัดศรีโขง
ฝั่งตะวันออกของแม่น้ำปิง ชาวอเมริกันเข้ามาเผยแผ่ศาสนาคริสต์นิกายโปรเตสแตนต์
และสร้างโรงเรียนกับโรงพยาบาลหลายแห่งที่มีชื่อเสียงรู้จักกันทั่วไปก็คือ
โรงเรียนปรินซ์รอแยลส์วิทยาลัย โรงเรียนดาราวิทยาลัย โรงพยาบาลแมคคอมิค
ตั้งถิ่นฐานอยู่ในบริเวณริมฝั่งแม่น้ำปิงทางใต้ของบ้านฮ่อ

แขก

      แขกที่อพยพเข้ามาอยู่ในเชียงใหม่นั้น ส่วนใหญ่เป็นพวกที่มาจากปากีสถาน
แต่ก็มีบางส่วนที่มาจากอินเดีย โดยมากแล้วเข้ามาค้าขายเกี่ยวกับปศุสัตว์ต่าง ๆ
อาทิ วัว แพะ แกะ อีกพวกหนึ่งเป็นแขกจากมาเลเซีย  คนเมืองสมัยก่อนเรียกพวก
แขกกุลวา ตั้งถิ่นฐานอยู่บริเวณทุ่งช้างคลานหรือถนนช้างคลานในปัจจุบันแหล่งนี้
ถือเป็นชุมชนแขกที่เก่าแก่ที่สุดนอกจากนี้ยังมีบริเวณถนนช้างเผือก
ประตูช้างเผือกด้านนอกกำแพงเมืองชั้นใน ตำบลหนองแบน
อำเภอสารภีและบริเวณตลาดต้นลำไย ตลาดวโรรส

ชาวเขา

     ในเขตภูเขาสลับซับซ้อน พื้นที่กว่า 2 ใน 3 ของเชียงใหม่ มีชนกลุ่มน้อยที่เรียกว่าชาวเขา
อาศัยอยู่นับแสนคนซึ่งประกอบไปด้วยหลายเผ่าพันธุ์มีชาวเขาเผ่ากระเหรี่ยงมากที่สุด
อาศัยอยู่ทางใต้ของเชียงใหม่ในอำเภออมก๋อย อำเภอฮอด อำเภอจอมทอง อำเภอดอยเต่า
นอกจากกะเหรี่ยงแล้วยังมีชาวเขาเผ่าอื่น ๆ อีก ได้แก่ มูเซอ แม้ว ลีซอ อีก้อ เย้า
และชาวเขากลุ่มล่าสุดที่อพยพเข้ามาคือ ปะหล่อง   กลุ่มชาติพันธุ์ในเชียงใหม่นี้
อาศัยอยู่ร่วมกันอย่างสันติสุข มีการผสมผสานกันในทุกด้าน  ไม่ว่าจะเป็นภาษาพูด
ประเพณี การแต่งกาย  อาหาร เช่น คนเมืองใช้ภาษาล้านนาหรือภาษาคำเมือง
ในการติดต่อสื่อสารในกลุ่มตนพวกจีนฮ่อ ไทลื้อ ไทเขิน จีน ลัวะก็สามารถพูดได้เช่นกัน
ทางด้านศาสนานั้นชาวเชียงใหม่นับถือศาสนาต่าง ๆ กันคือ ศาสนาพุทธร้อยละ 97.0
ศาสนาอิสลามร้อยละ 1.0 ศาสนาคริสต์ร้อยละ 1.5 ศาสนาพราหมณ์ร้อยละ 0.2
และศาสนาอื่น ๆ อีกร้อยละ 0.3 ส่วนในเรื่องของอาชีพ เชียงใหม่จัดได้ว่า
เป็นจังหวัดที่มีการขยายตัวทางเศรษฐกิจและมีความเจริญมากที่สุดในเขตภาคเหนือ
ประชาชนประกอบอาชีพต่าง ๆ มากมาย โดยเรียงตามลำดับมากน้อยดังนี้
เกษตรกรรมร้อยละ 72.4พาณิชยกรรมและบริการร้อยละ 15.2
และอุตสาหกรรมร้อยละ 12.4