
การปลูกผีป้องกันไข้ทรพิษในสมัยก่อนต้องสั่งเชื้อหนองฝีมาจากสิงคโปร์และไซ่ง่อน เดินทางรอนแรมมาเก็บไว้ที่กรุงเทพฯ ระยะหนึ่งจนกว่าจะมีเรือหางแมงป่องนำขึ้นมาเชียงใหม่ตามลำน้ำแม่ปิงอีกทอดหนึ่ง สมัยนั้นไม่มีตู้เย็นใช้ การเก็บหนองฝีไว้นานหลายวัน โดยไม่ได้รักษาอุณหภูมิทำให้หนองฝีเสื่อมคุณภาพ
ต่อมาจึงมีชาวอินเดียคนหนึ่งซึ่งมาค้าขายอยู่ที่เชียงใหม่ พ่อค้าอินเดียคนนี้เคยเห็นวิธีการทำหนองฝีในประเทศอินเดียมาก่อน จึงนำเอาความคิดและประสบการณ์ของตนเสนอต่อคณะมิชชันนารีในเชียงใหม่ทดลองทำใช้บ้าง โดยใช้หนองฝีจากผู้ป่วยที่เป็นไข้ทรพิษจริง ๆ ไปปลูกเข้าที่ห้องวัว (ดังจะเห็นเป็นจุด ๆ ที่ท้องวัวสองตัวซึ่งวางอยู่บนโต๊ะทางซ้ายมือและขวามือของภาพ) เมื่อปลูกหนองเข้าที่ท้องวัวจนขึ้นดีแล้ว จึงนำเอาเชื้อหนองจากวัวนี้ไปปลูกให้แก่ชาวบ้านอีกทีหนึ่ง ปรากฏว่าวิธีนี้ประสพความสำเร็จเป็นอย่างดี
การปลูกฝีป้องกันไข้ทรพิษนี้ ชาวบ้านเรียกว่า “สับสุก” ในสมัยนั้นคนพื้นเมืองที่หัดปลูกฝีจนชำนาญ ได้ออกตระเวรรับจ้างปลูกผีให้แก่ชาวบ้านจนถึงที่ โดยคิดค่าธรรมเนียมคนละ 1 รูปี ถ้าปลูกฝีไม่ขึ้นก็จะรับปลูกให้ใหม่จนขึ้นจึงจะรีบเงิน ไม่มีการเบี้ยวเหมือนคนสมัยนี้ ตั้งแต่นั้นมาโรคไข้ทรพิษ ก็หายไปจากเชียงใหม่ตราบจนทุกวันนี้