ดือนยี่เป็ง
            
คีตชีวิตคนเมืองในลำนำ “สายน้ำ”              


                                                           

                                       ประเพณีและวัฒนธรรมชาวล้านนามีความเชื่อหลายประเภทเกี่ยวกับบาป-บุญ คุณ-โทษ
                                นรก-สวรรค์ และเวร-กรรม ดังนั้นในรอบปีหนึ่งๆ ตามจักรราศี 12 เดือน ของล้านนา
                                จะมีประเพณีหรือฮีตฮอยให้ปฏิบัติในแต่ละเดือนเรียกว่า ประเพณี 12 เดือน แต่การนับเดือน
                                ทางจันทรคติของล้านนาจะแตกต่างไปจากไทยภาคกลางคือนับเร็วขึ้นไป 2 เดือน
                               เช่น เดือนพฤศจิกายน (เดือนสิบสอง) ตรงกับเดือนยี่ (เดือนสอง) ของล้านนา
                                บางครั้งเรียกว่าเดือนยี่เป็ง (เป็ง มีความหมายตรงกับคำว่า เพ็ญ)

                                       ประเพณีเดือนยี่เป็งของชาวล้านนาเป็นประเพณีเก่าแก่ ประชาชนยึดถือและปฏิบัติกันมา
                               ตั้งแต่พุทธศตวรรษที่ 14 สมัยอาณาจักรหริภุญไชยเกิดประเพณีเดือนยี่เป็งและทำพิธีลอยโคม 
                               กันแล้วในพุทธศักราช 2016 พญาเมืองแก้ว แห่งราชวงศ์มังราย

                                      เทศกาลยี่เป็งจะเป็นประเพณีสำคัญมากทั้งองค์พระประมุขและชาวเมืองเชียงใหม่
                             ต่างมีความเชื่อพากันไปนมันการบูชาพระในอารามฟังเทศน์มหาชาติ (ตั้งธรรมหลวง)
                              และนิยมนำเครื่องเซ่นสังเวยไปลอยตามสายน้ำเพื่อใช้เป็นเครื่องบูชาเทพเจ้าแระจำแม่น้ำบ้าง
                             เพื่อบูชาบรรพบุรุษบ้างและเพื่อบูชารอยพระบาทบนหาดทรายแม่น้ำนัมทานทีอันเป็นที่มา
                              ของประเพณี ลอยกระทง นอกจากนั้นประเพณีเดือนยี่เป็งยังมีมหรสพ การละเล่นมากมาย
                            มีการประดับตกแต่งบริเวณวัดและวิหารด้วยต้นกล้วย ต้นอ้อย หรือที่เรียกว่าประตูป่า
                              มีการจุดผางปะตี๊ดตามวัดวาอาราม บ้านเรือนที่อยู่อาศัย มีโคมค้าง โคมแขวน โคมผัด
                              โคมลอย บอกไฟ เพื่อเป็นพุทธบูชาในคืนวันเพ็ญเดือนยี่

มีเกร็ดน่ารู้สำหรับประเพณีเดือนยี่เป็งที่ชาวล้นนาต้องจัดเตรียมสิ่งต่อไปนี้

1. จัดทำประตูป่า คือการประดับตกแต่งประตูวัด วิหารและบ้านเรือนด้วยต้นกล้วย ต้นอ้อยทางมะพร้าว ต้นไม้ ดอกไม้ นำไม้ไผ่มาสานเป็นรั้ว เรียกว่า “ขัดราชวัตร” ล้อมรอบวิหาร เชื่อว่าเป็นการต้อนรับพระเวนสันดร เดินทางกลับสู่เมือง

2. จัดทำผางปะตี๊บ (ถ้วยประทีป) ผางหรือด้วยทำด้วยดินเผาใส่น้ำมันมะพร้าว น้ำมันงามีฝ้ายตีนกาวางตรงกลางใช้จุดให้แสงสว่างเพื่อบูชาพระรัตนตรัยปัจจบันใช้ขี้ผึ้งใส่แทนน้ำมัน การจุดผางปะตี๊บ นิยมจุดตามจำนวนอายุของผู้จุดหรือเท่าอายุของคนในครอบครัว แสงของผางปะตี๊บสว่างไสวท่ามกลางแสงจันทร์เดือนยี่
                                                          
3. จัดทำโคมลอย โคมลอยคือการนำกระดาษว่าวมาต่อกันเป็นรูปบอลลูนมี “ปาก” สำหรับปล่อยควันหรืออากาศร้อนเข้าไปแล้วปล่อยให้ลอยขึ้นไป ถ้าปล่อยกลางวันเรียกว่า “ว่าวควัน” ถ้าปล่อยกลางคืนจะจุดไต้ไว้ที่ช่อง “ปาก” ให้ลอยขึ้นไปด้วยเรียกว่า “ว่าวไฟ” เชื่อกันว่าเพื่อไปบูชาพระเกตุแก้วจุฬามณีบนสวรรค์ชั้นดาวดึงส์

4. การจัดทำโคม โคมแขวน โคมหูกระต่าย โคมผัดหรือโคมเวียน เพื่อนำมาประดับตกแต่งตามวัดวาอาราม บ้านเรือน และถนนหนทางเพื่อให้เกิดความสว่างและสวยงาม

5. การทำบอกไฟ มีหลายชนิด บอกไฟดอก (ดอกไม้ไฟ) บอกดาว (พลุ) บอกไฟเทียน บอกไฟช้างร้อง บอกไฟจักจ่า บอกไฟขี้หนู เป็นต้น การทำบอกไฟนิยมทำกันตามวัดต่างๆ ด้วยตำราปะตา (ปรอท) เป็นคู่มือในการผสมดินประสิว กำมะถัน (มาด) และถ่าน ตามตำราทางเคมีแต่โบราณของล้านนา ดังนั้นแต่ละวัดจึงจัดให้มีการประกวดแข่งขันบอกไฟในงานเดือนยี่เป็ง

ประเพณีเดือน “ยี่เป็ง” เป็นประเพณีที่จัดขึ้นในวันเพ็ญเดือนยี่ (เดือนสอง) ของล้านนาหลังจากออกพรรษาแล้วหนึ่งเดือน เมื่อสิ้นฤดูฝน ท้องฟ้าแจ่มใส ชาวล้านนาจะสนุกสนานเตรียมปัดกวาดบ้านเรือนเพื่อจัดงานบุญตามวัดวาอาราม จะมีกิจกรรมหลายอย่างดังนี้

ตอนเช้า ชาวบ้านจัดเตรียมภัตตาหารกันแต่เช้าที่เรียกว่า “ขันเช้า” ไปถวายพระที่วัดเป็นการทำบุญเพื่ออุทิศส่วนกุศลไปให้ญาติพี่น้องที่ล่วงลัลบไปแล้วหรือเรียกว่า “ตานขันเช้า”

และการฟังเทศน์มหาชาติที่เรียกว่า “การตั้งธรรมหลวง” เป็นการฟังเทศน์มหาเวสสันดรชาดกตั้งแต่เช้ามืดเพื่อให้จบทั้ง 13 กัณฑ์ ภายในวันเดียว

ในช่วงเย็น ชาวล้านนาจะนำเอาผางปะตี๊บไปวัดเพื่อจุดบูชาพระรัตนตรัย และจุดผางปะตี๊บตามที่อยู่อาศัยพร้อมทั้งตั้งจิตอฐิษฐานให้ตนเองและครอบครัวพ้นทุกข์ประสบแต่ความสุขความเจริญ

นอกจากนั้นจะจุดโคมไฟบูชาให้แสงสว่างไสวทั่วพระอารามและจุดบอกไฟชนิดต่างๆ จุดประทัดเป็นการใหญ่ เฉลิมฉลองการกลับเข้าสู่เมืองพระเวสสันดร

การบูชาทางน้ำ นำเครื่องเซ่นสังเวย เงินทองและดอกไม้ ธูป เทียน ใส่ “สะตวง” หรือกระทงที่ทำด้วยใบตองและกาบกล้วยเพื่อบูชาพระแม่คงคาพระแม่ธรณีเพื่อขอบคุณที่ประทานดินและน้ำในการเกษตร นอกจากนั้นจะนำสิ่งของเครื่องใช้สำหรับผู้ตายลงใน “สะเปา” หรือสำเภา ตามแต่ขนาดของที่จะใส่ จากนั้นจะนำไปวัดเพื่อประกอบพิธีกรรมทางศาสนาเมื่อเสร็จพิธีจะนำไปลอยที่ท่าน้ำ นอกจากนั้นจะเป็นการอุทิศส่วนกุศลแล้วชาวล้านนายังต้องตัดผม ตัดเล็บใส่ลงในสะเปาเพื่อเป็นการสะเดาะเคราะห์ให้ไหลไปกับน้ำอีกด้วย

ความเชื่อความศรัทธาที่เคยเป็นมาแต่ครั้งอดีต นั่นก็คือความเชื่อในการลอยเคราะห์สิ่งที่ไม่ดีในชีวิตไปกับสายน้ำ

รวมพล สล่าเมือง
lanna  wisdom School 
Artisan
Contact  Salah
About web site
Great Teacher of Craftsman
Tale of Lanna
About Salahlanna Group
Site  map
Lanna Trand
Lanna Art
Lanna Gallery