lanna  wisdom School 
Artisan
Contact  Salah
About web site
Great Teacher of Craftsman
Tale of Lanna
About Salahlanna Group
Site  map
Lanna Trand
Lanna Art
Lanna Gallery
                                        
                สอบถามข้อมูล  ข้อเสนอแนะติชม  ติดต่อได้ที่
: Warin@Salahlanna.com :Boonrat@Salahlanna.com
                        หรือที่ชมรมส่งเสริมสล่าล้านนา 
                อาจารย์ บุญรัตน์  ณ  วิชัย  06-1947055 
                  คุณ  วารินทร์  ใจจันทึก   01-4435573

                                         หน้าแรก
                                          ด้านบน
                                                       ต้นยาง ‘สารภี’

                                                        
                                                ผลงาน:ถนนต้นยาง เชียงใหม่-ลำพูน
                                                                 เทคนิค:สีน้ำ
                                                      สล่า  ธนกร  ไชยจินดา

ต้นยาง ‘สารภี’
ถนนเชียงใหม่-ลำพูน ใกล้สิ้นอายุขัย ถึงเวลาฟื้นฟูใหม่

สมัยเจ้าอินทรวิชัยยานนท์ เจ้าผู้ครองนครเชียงใหม่ องค์ที่ 7 ระหว่าง พ.ศ. 2416-2440 ซึ่งเป็นพระราชบิดาพระราชชายาเจ้าดารารัศมี ในรัชกาลที่ 5 ในรัชสมัยของพระองค์ มหาอำมาตย์โทเจ้าพระยาสุรสีวิศิษฐ์ศักดิ์ (เชย กัลญาณมิตร) สมุหเทศาภิบาล มณฑล พายัพ ได้นำพันธุ์ต้นยางกว่า 1,500 ต้น ปลูกตั้งแต่เชิงสะพานนวรัฐ อ.เมือง จ.เชียงใหม่ จนถึงเขตติดต่อ อ.เมือง จ.ลำพูน ระยะทาง 10 กิโลเมตร เมื่อวันที่ 20 ตุลาคม 2425

พระยาสุรสีวิศิษฐ์ศักดิ์ ได้กำชับว่า ถ้าต้นยางปลูกตรงกับหน้าบ้านผู้ใด ก็ให้เจ้าของบ้านผู้นั้น เอาใจใส่ทำรั่วล้อมรอบ เพื่อกันวัวควายมาเหยียบย่ำ และให้หมั่นรดน้ำพรวนดินดายหญ้าใส่ปุ๋ย

นับจากวันนั้นมาจนถึงปัจจุบัน ต้นยางมีอายุ 121 ปีแล้ว

เมื่อปี 2536 แขวงการทางเชียงใหม่ที่ 2 กรมทางหลวง สำรวจตรวจนับต้นยางที่อยู่ในเขตทางหลวงมี 1,011 ต้น แต่มีต้นยางบางต้นยืนแห้งตาย จึงประสานสำนักงานป่าไม้จังหวัด ให้องค์การอุตสาหกรรมป่าไม้ (อ.อ.ป.) ตัดไม้ยางออก ตามพระราชบัญญัติป่าไม้ พ.ศ. 2484 ที่กำหนดไว้ว่า การตัดโค่นไม้ยางต้องได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่ หากตัดโดยพลการจะมีความผิดตามกฎหมาย

นายปกรณ์ ธีรธำรง นายช่างแขวงการทางเชียงใหม่ที่ 2 กล่าวว่า ตั้งแต่ปี 2537 – 2546 มีต้นยางยืนตาย ถูกฟ้าผ่า พายุพัดโค่นล้ม 7 ต้น และกรมโยธาขอตัดออก เพื่อก่อสร้างถนนวงแหวน รอบกลาง สาย “ฌ” อีก ต้น รวม 75 ต้น ปัจจุบันเหลือต้นยาง 936 ต้น

ในช่วงที่ก่อสร้างถนนวงแหวนรอบกลาง ตัดผ่านสายเชียงใหม่-ลำพูน หรือสารภีสายเก่า เมื่อปี 2540-2542 ชาวบ้าน อ.สารภี ได้คัดค้านการตัดต้นยางออก เกิดการต่อต้านเป็นวงกว้าง กระทั่ง นายชวน หลีกภัย นายกรัฐมนตรี ขณะนั้น ต้องลงมาดูพื้นที่ พร้อมให้สร้างทางลอดใต้ดิน จุดที่ตัดถนนสารภีสายเก่า หลีกเลี่ยงตัดต้นยาง พร้อมสั่งห้ามตัดต้นยางออกอีก

ในห้วงเวลานั้น นายคนอง ตนเล็ก อดีตนายกเทศมนตรีตำยลยางเนิ้ง อ.สารภี ประธานกลุ่มอนุรักษ์ต้นยางสารภี ได้ชักชวนชาวบ้านร่วมปลูกต้นกล้วยไม้พันธุ์พื้นเมืองบนต้นยาวกว่า 6,000 ต้น เสร้มทัศนียภาพในเขตเทศบาลสองข้างทาง เมื่อถึงฤดูกล้วยไม้ผลิดอกออกช่อ จะบานสะพรั่งบนต้นยางรวมระยะทาง 4 กิโลเมตร

จนเข้าสู่ยุค พ.ต.ท. ทักษิณ ชินวัตร หัวหน้าพรรคไทยรักไทย ก้าวขึ้นสู่ตำแหน่งนายกรัฐมนตรี เมื่อปี 2544 พร้อมกับ นางเยาวภา วงศ์สวัสดิ์ น้องสาว ได้รับเลือกเป็น ส.ส.เชียงใหม่ เขต 2 สานต่อโครงการอนุรักษ์ต้นยางสารภี โดยสนับสนุนงบฯ และผลักดันให้เทศบาลตำบลยางเนิ้ง องค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) หนองผึ้ง และ อบต. สารภี ปรับภูมิทัศน์สองข้างทาง

กระทั่งปี 2546 เทศบาลตำยลนางเยิ้ง ได้ปรับภูมิทัศน์สร้างสวนสาธารณะและลานออกกำลังกายริมถนนสารภี ที่มีต้นยางสูงเป็นร่มเงา

ซึ่งนายมนูญ บูรณพัฒนา นายกเทศมนตรี ตำบลนางเยิ้ง กล่าวว่า จะใช้งบฯ 1.2 ล้านบาท ปรับภูมิทัศน์สองข้างทางต้นยาง ตั้งแต่หน้าดรงเรียนเวฬุวัน ผ่านป่าช้าเวฬุวัน จนถึงสำนักงานประถมศึกษาอำเภอ โดยปลูกต้นไม้เสริมและมีทางเท้าเดิน 300 เมตร เริ่มก่อสร้างเดือน พฤศจิกายนนี้ แล้วเสร็จเดือนมกราคม ปีหน้า

นายวิริยะ ช่วยบำรุง ป่าไม้จังหวัดเชียงใหม่เล่าให้ฟังว่า

“โดยทั่วไป ต้นยางมีอายุ 100-150 ปี เมื่อนับอายุต้นยางสารภีแล้วใกล้สิ้นอายุขัย ประกอบกับการสร้างถนนสายสารภี มีการตัดทับรากฝอยที่ดูดซับธาตุอาหารหล่อเลี้ยง ใช้ซีเมนต์ล้อมต้นยาง ตะปูตอกติดป้ายโฆษณา หรือใช้น้ำยาฉีดพ่นให้ตายยืนต้น เป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้ต้นยางใกล้สิ้นลมหายใจ”

“ขณะนี้มีต้นยางที่แห้งตาย รอการตัดออกไปอีก 6-7 ต้น เนื่องจากเป็นอันตรายต่อผู้สัญจรใช้รถใช้ถนน ที่ผ่านมามีผู้บาดเจ็บและเสียชีวิต จากอุบัติเหตุกิ่งไม้ร่วงหล่นใส่หลายราย และเกิดอุบัติเหตุรถยนต์และรถจักรยานยนต์ชนต้นยางบ่อยครั้ง”

“จึงมีแนวคิดขยายเพาะพันธุ์ต้นยางสารภีไปปลูกยังถนนเลียงทางรถไฟเชียงใหม่-ลำพูน แทน เนื่องจากประสบผลสำเร็จการเพาะพันธุ์ต้นยางที่ศูนย์พัฒนาห้วยฮ่องไคร้ อันเนื่องจากพระราชดำริ อ.ดอยสะเก็ด และแจกจ่ายพันธุ์ให้ชาวบ้านไปปลูกนับแสนต้นแล้ว หากอนุรักษ์ต้นยางสารภี เป็นรูปธรรม จะเสนอผู้ว่าราชการจังหวัด ตั้งคณะกรรมการบริหารจัดการต้นยางสารภีแบบบูรณาการ เพราะมีหน่วยงานและองค์กรประชาชนหลายแห่งเกี่ยวข้อง”

นายสุวัฒน์ ตันติพัฒน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ กล่าวว่า จะให้ถนนสารภีสายเก่า เป็นถนนนำร่องอนุรักษ์และพัฒนาแบบบูรณากา หรือซีอีโอ เนื่องจากเป็นถนนสายสำคัญทางประวัติศาสตร์และมีการส่วนร่วมของเอกชน จังหวัดจะตั้งคณะกรรมการบริหารจัดการ เพื่อสำรวจตรวจสอบต้นยางทุกต้น ว่าต้นไหนจะอนุรักษ์ ต้นไหนจะต้องฟื้นฟูหรือตกแต่งกิ่ง ไม่ให้เกิดอันตรายต่อผู้สัญจร และต้นไหนที่แห้งตายต้องตัดออก ไม่ให้กระทบความรู้สึกชุมชนที่ร่วมรักษาต้นยางเหล่านี้

นับจากนี้ไป คงนับเวลาถอยหลังที่ต้นยางสารภีจะสิ้นอายุขัยตามกาลเวลา พร้อมกับอนุรักษ์เพาะพันธุ์ไปปลูกที่แห่งใหม่

คงไม่ใช่การสิ้นสุดหรือล่มสลายของต้นยางบนถนนสายประวัติศาสตร์ที่เกี่ยวพันตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน แต่อย่างใด