ภาครัฐมีบทบาทในแง่ของการเริ่มต้น และบุคคลที่เป็นเรี่ยวแรงในการผลักดันในเรื่องนี้คือ คุณ จิราภรณ์ ตุลยานนท์ ผู้อำนวยการศูนย์ส่งเสริมการส่งออกภาคเหนือ (เชียงใหม่) ที่ทำหน้าที่ดูแลการพัฒนาผลิตภัณฑ์และการส่งออกของภาคเหนือรวม 17 จังหวัด
“เมื่อ 10 ปีที่แล้ว การส่งออกของเราบูมมาก สินค้าหลายตัวมีศักยภาพ โดยเฉพาะสินค้าเชียงใหม่..พิจารณาให้ดีจะเห็นว่าสินค้าเชียงใหม่มีวัฒนธรรมอยู้ในสายเลือด ศูนย์เข้ามาช่วยพัฒนางานสนับสนุนให้เกิดการออกแบบ โดยการนำนักออกแบบต่างชาติมาช่วย” คุณจิราภรณ์ เปิดประเด็น
ในที่สุด เชียงใหม่ก็กลายเป็นนางเอกที่ทั้งสวยและฉลาด ศูนย์การส่งออกภาคเหนือ (เชียงใหม่) มีห้องสมุดเป็นของตัวเองหลังจากก่อตั้งมาแล้ว 14 ปี ห้องสมุดที่เพิ่งตั้งใหม่ได้ประมาณ 2 เดือนนี้ถือเป็นก้าวแรกที่สะท้อนความจริงจังที่ตั้งใจที่จะพัฒนาสินค้าของภาคเหนือให้มีศักยภาพแข่งขันได้ เพราะบรรจุความรู้ด้านการออกแบบ และข้อมูลแนวโน้มต่าง ๆ ไว้เพียงพอระดับหนึ่ง “เททรนด์เกิดจากยุโรปเป็นตัวหลัก แล้วสหรัฐอเมริกาก็มาแปลง ให้เป็นเรื่องการตลาด ผู้ประกอบการจำเป็นต้องได้รับข้อมูลเรื่องเทรนด์ในหลายกลุ่ม เพราะตลาดสินค้าหัตถกรรมภาคเหนือค่อนข้างกว้าง ถ้าเป็นเสื้อผ้า.. ตลาดใหญ่ ๆ คือญี่ปุ่น แต่ถ้าเป็นง่นเซรามิกส์ อาหาร ไม้แกะสลัก กระจายไปหมด มีทั้งสหรัฐอเมริกา ยุโรป เอเชีย และออสเตรเลีย”
แต่ละปี ศูนย์พัฒนาผลิตภัณฑ์ กรมส่งเสริมการส่งออก ใช้งบประมาณจำนวนมากในการนำผู้เชี่ยวชาญจากต่างประเทศ หรือเทรนด์เชตเตอร์มาบรรยายให้ความรู้กับผู้เกี่ยวข้องทั้งในกรุงเทพฯ และเชียงใหม่ เนื่องจากดินแดนล้านนาเป็นแหล่งผลิตใหญ่ ความรู้เรื้องเทรนด์นั้นต้องให้ล่วงหน้ากัน 2-3 ปี แต่การจ้างผู้เชี่ยวชาญต่างประเทศอย่างต่อเนื่องสร้างภาระค่าใช้จ่ายที่สูงมาก หลายฝ่ายเริ่มมองเห็นประเด็นการสร้างสถาบันหรือผู้เชี่ยงชาญในการประเทศขึ้นมาทดแทนบางช่องว่าง ความคิดนี้ไม่ใช่แค่ลม ๆ แล้ง ๆ เมื่อพิจารณาจากเทรนด์ของโลกทุกวันนี้ว้าเกิดจากวัฒนธรรมเล็ก ๆ ไม่ใช่ทวีป หรือ แม้แต่ทั้งประเทศ ..ลูกปัดแนวโบฮีเมียน และยิปซี เป็นตัวอย่างที่ดีในกรณีนี้
กรุงเทพฯ อาจผูกขาดความเป็นศูนย์กลางไว้หลายเรื่อง แต่ถ้าเป็นเรื่องของเอกภาพ คุณจิราภรณ์ ให้ความเห็นว่า โอกาสการสร้างเทรนด์ในเมืองหลวงนั้นเป็นไปได้ยาก “กรุงเทพฯ มีความหลากหลายจนขาดเอกลักษณ์ ในขณะที่เชียงใหม่มีเรื่องราวของตัวเองมานาน กลุ่มคนที่เข้ามาร่วมกระตือรือล้นมีทั้งกลุ่มผู้ประกอบการ สภาอุตสาหกรรม และสถาบันการศึกษา โดยศูนย์ส่งเสริมการส่งออกภาคเหนือ จะทำหน้าที่ร่วมประสานงานในระยะแรกเริ่มจากการสนับสนุนการก่อตั้งศูนย์บริการออกแบบหัตถกรรมภาคเหนือหรือ CDSC (Craft Design Service Center)”