แม้ว่าสินค้าบ้านถวายส่วนใหญ่จะมีการโคลนนิ่งเหมือน ๆ กัน แทบทุกร้าน แต่ก็มีข้อสังเกตได้ชัด
ว่าสินค้าส่วนใหญ่หน้าตาเปลี่ยนไปจากเดิม ไม้แกะหน้าตาอาปาเช่ หรือเป็ดเทศมีให้เห็นน้อยลง
ชิ้นงานส่วนใหญ่กระทัดรัดขึ้น มีความหลากหลายของประเภทงานที่เป็นผลงานมาจากการออกแบบมากขึ้น
นี่คือความเคลื่อนไหวครั้งใหม่ที่มีผลสืบเนื่องจาการรวมพลังของกลุ่มผู้ประกอบการสินค้าหัตถกรรมภาคเหนือ
ในแต่ละกลุ่มสินค้ากลายเป็นผลึกความคิดที่แหลมคมและกลายเป็นความพยายามที่จะกำหนด
“เทรนด์” ของตัวเองขึ้นมาโดยใช้ชื่อว่า “ล้านนาเทรนด์”
งานช้างทำนองนี้ขับเคลื่อนคนเดียวไม่ได้
กรอบความคิดได้รับความร่วมมือในลักษณะสามเส้า
เข้าทำนองสามเหลี่ยมเขยื่อนภูเขา
มาดูแต่ละมุมของสามเหลี่ยมพลังช้างนี้กัน...
กระบวนการสร้าง “ล้านนาเทรนด์” จะดำเนินไปอย่างไร? และจะสามารถสร้างหัวเชื้อนี้แรงไปถึงขั้น “เวิลด์คลาส” หรือทำได้แค่สะท้อนความเป็นภาคนิยม?
คุณ จิราภรณ์ ตุลยานนท์
ผู้อำนวยการ ศูนย์ส่งสริมการส่งออกภาคเหนือ (เชียงใหม่)
“การจะเอาล้านนาสร้างเทรนด์ ควรมีการวิจัยว่าส่วนไหนจะนำไปใช้ในเชิงพาณิชย์ ส่วนไหนไม่ควร โดยเฉพาะที่เกี่ยวกับเรื่องศาสนาเราไม่ควรนำมาใช้จะรวมกลุ่มคนภาคเหนือทีมีประสบการณ์จากตลาดโลกมาร่วมสร้างโครงการนี้เพื่อให้เกิดเทรนด์ที่เป็นเอกลักษณ์ ให้โลกรู้จัก โดยเอาตัวล้านนาเป็นตัวนำร่อง แน่นอน...อาจจะมีลักษณะของภูมิภาคแต่มันก็คือความชัดเจนเป็นเอกลักษณ์ ล้านนาเทรนด์จะส่งผลให้แหล่งผลิตอยู่ที่นี่ กรุงเทพฯ ก็ทำหน้าที่เป็นการตลาดไป....
สินค้าในภาคเหนือมีหลายอย่าง อาหาร สมุนไพร การบริการ ค่อยข้างครบทั้งสินค้าและบริการเพื่อสุขภาพ และมีโอกาสก้าวไปจีน เนื้อจากการเปิดชายแดน เช่น เชียงราย เรมีกิจกรรมไปทางจีนตอนใต้ ทั้งคุนหมิง เซี่ยงไฮ้ กวางโจวเพราะฉะนั้นในขณะที่เราพูดถึงเทรนด์ เราก็ควรจะระลึกด้วยว่าบรรจุภัณฑ์ก็เป็นอีกประเด็นหนึ่งที่ต้องทำควบคู่กันได้ด้วย
ล้านนาเทรนด์ ...หมายถึงทุกอย่าง ไม่ใช่แค่เครื่องแต่งกายแต่รวมทุกอย่างเบ็ดเสร็จในส่วนนี้ สำหรับส่วนกลางก็จะช่วยด้านข้อมูลจากต่างประเทศ ส่วนผู้ประกอบการที่นี่ก็ต้องช่วยตัวเองด้วย”

คุณ ไพรัช โตวิวัฒน์
ประธานสมาคมผู้ผลิตและผู้ส่งออกสินค้าหัตถกรรมภาคเหนือ หรือ NOHMEX
“CDSC กับล้านนาเทรนด์ไม่ใช่แค่งานภูมิภาค แต่เป็นนโยบายระดับประเทศแล้ว เราตั้งว่าเชียงใหม่จะเป็นเมืองแห่งหัตถกรรมอย่างที่นครศรีธรรมราชเป็นเมืองแห่งยางพารา ถามว่าพร้อมไหม พวกเราพร้อมแน่นอน ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มบ้านถวาย กลุ่มบ่อสร้าง กลุ่มสันกำแพง ในจำนวนมูลค่าการส่งออก 90,000 กว่าล้านนั้น มีของที่ออกจากภาคเหนือไม่ต่ำกว่าครึ่งหนึ่ง และเป็นสินค้าหัตถกรรม
CDSC ที่ฝันไว้ ต้องเป็นศูนย์กลาง..อย่างน้อยในภูมิภาคนี้ ถ้าต้องการค้นคว้าข้อมูล หัตถกรรมจาก ลาว พม่า อินโดจีน มาดูที่นี่ และฝันไกลกว่านี้คือ 8-10 ปีข้างหน้า เราต้องมี World Expo เกี่ยวกับเรื่องงานหัตถกรรม
นี่จะเป็นการผลักดันอย่างแรงทั้งด้านโครงสร้าง และการสร้างมูลค่า ทั้งโชว์เคส โชว์รูม วิสาหกิจชุมชนมีส่วนอย่างมาก เราอาจจะไม่ใช่เพชรเม็ดใหญ่บนยอดมงกุฎ แต่เราสามารถเป็นเพชรเม็ดเล็ก ๆ ที่รวมกันแล้วส่องประกายงดงาม เชียงใหม่ไม่ยิ่งใหญ่เหมือนอียิปต์ เราไม่มีพีระมิด ไม่เหมือนกัมพูชา เราไม่มีนครวัด ไม่เหมือนจีนเพราะเราไม่มีกำแพงยักษ์ แต่ความยิ่งใหญ่อย่างนั้นคุณจะไปแค่ครั้งเดียว แต่คนที่มาเชียงใหม่มาแล้วสนุกมีความสุข มาดูงานหัตถกรรม ไปอยู่ตามหมู่บ้าน นอนลองสเตย์ มาแต่ละครั้งไม่ซ้ำกันเลย คุณสามารถมาได้หลายครั้ง อย่างบ้านไร่ไผ่งามของป้าแสงดา เราถือว่านั่นคือเอกลักษณ์ของจอมทอง...
...และนั่นคือหนึ่งในความยิ่งใหญ่ของล้านนาเทรนด์”

คุณ ณรงค์ศักดิ์ ผ้าเจริญ
กรรมการผู้จัดการ บริษัท คิงส์ คอลเลคชั่น จำกัด
อุปนายกสมาคมผู้ผลิตและส่งออกหัตถกรรมภาคเหนือ หรือ NOHMEX
“การสร้างล้านนาให้เป็นเทรนด์ระดับเวิลด์คลาส ต้องมีองค์ประกอบ มีโครงงานต่าง ๆ มาร่วมให้เขารู้จักก่อนว่าผลิตได้ขายดีเป็นอย่างไร แล้วก็เอาล้านนาเทรนด์ใส่เข้าไป เราเริ่มด้วยโครงการ CDSC แล้วมาล้านนาเทรนด์ แล้วค่อยมาต่อด้วยโครงงานที่สาม.... เราต้องสร้างเชียงใหม่บนแผนที่โลกว่าเป็นศูนย์แสดงสินค้าหัตถกรรมของโลก เหมือนกับเมืองไฮพอยท์ที่เป็นเมืองเฟอร์นิเจอร์ของสหรัฐอเมริกา เขามีมา 90 กว่าปีล้ว เชียงใหม่เราเพิ่งเริ่ม ไม่เริ่มวันนี้ พรุ่งนี้ก็ต้องเริ่ม
อีกอันที่ต้องเริ่มทำก็คือ One Stop Service หรือศูย์ให้บริการข้อมูลด้านสินค้าที่หลั่งไหลกลับมา สินค้าอะไร แบบไหนที่ขายดีในตลาดโลก อะไรที่เป็นล้านนาเทรนด์แล้วขายได้ขายดี ข้อมูลต้องย้อนกลับมาเพื่อช่วยประเมินผล นอกจากนี้ การบริหารจัดการสมัยใหม่เป็นการสร้างศักยภาพของการแข่งขัน ต้องประเมินให้ได้ว่าเราเก่งตรงไหน เก่งอะไร และจะสู้กับคนอื่นอย่างไร นี่คือทั้งกระบวนการที่เกิด ไม่ใช่แค่ล้านนาเทรนด์อย่างเดียว”
