|
|||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||
ผ้าทอ
ผ้าทอเป็นงานศิลปหัตถกรรมที่มีความจำเป็นต่อทุกวิถีชีวิตชาวเชียงใหม่มาแต่อดีต ทั้งยังเป็นสินค้าสำคัญและมีราคาดี ไม่ว่าจะเป็นผ้าฝ้ายหรือผ้าไหมก็ตาม
ผ้าทอที่ขึ้นหน้าขึ้นตาของเชียงใหม่ก็คือ ผ้าตีนจกแม่แจ่ม ที่เรียกตีนจกแม่แจ่ม ก็เพราะว่ามีการทอผ้าตีนจกที่อำเภอแม่แจ่มเพียงแห่งเดียวเท่านั้นในเชียงใหม่ ถักทอสวมใส่สืบทอดกันมากว่า 200 ปีแล้ว แต่เพิ่งเป็นที่รู้จักของคนทั่วไปเมื่อไม่กี่ปีมานี้เอง
ชาวแม่แจ่มจะสวมใส่หรือนุ่งผ้าตีนจกเฉพาะในงานสำคัญ ๆ เท่านั้น เช่นวันสำคัญทางพุทธศาสนาต่าง ๆ ทั้งยังมีการทานผ้าซิ่นตีนจกให้แก่คนตายเหมือนการทานข้าวปลาอาหารอีกด้วย ทั้งนี้ก็เพื่อจะได้มีผ้าซิ่นตีนจกไว้นุ่งในภพหน้า ในพิธีทำขวัญข้าวเองก็จะมีการนำผ้าซิ่นตีนจกไปอัญเชิญแม่โพสพด้วยความเชื่อว่าแม่โพสพก็นุ่งซิ่นตีนจกเช่นกัน
ซิ่นตีนจกแม่แจ่มมีหลายสีสันหลากลวดลาย ลวดลายที่นิยมทอกันมาแต่โบราณก็คือ พวกช้าง ม้า นก ไก่ นาค หงส์ ดอกไม้ แล้วจบด้วยส่วนล่างสุดบริเวณตีนซิ่นที่เรียกว่า หางสะเปา ตามความเชื่อของชาวแม่แจ่มแต่เดิมที่เปรียบได้กับการดำเนินตามรอยพระพุทธเจ้าในการสั่งสมบารมีจนบรรลุพระบรมโพธิสมภาณ กล่าวคือ เริ่มจากการทอผืนผ้าขาว ต่อเมื่อได้ฝึกฝนวันละเล็กวันละน้อยก็จะสามารถทอผ้าลายต่าง ๆ ได้ ผ่านลานเส้นตรงลายดอกไม้ พืชพันธุ์สัตว์ต่าง ๆ เปรียบกับการเดินทางข้ามจักรวาล ข้ามขุนเขาข้ามห้วงทะเล จนถึงหงส์ดำ หางสะเปา… ซึ่งก็คือสัญลักษณ์แห่งพระโพธิญาณเจ้าของผู้ถักทอจึงมีความยินดีที่จะทานผ้าของตนให้แก่ผู้ล่วงลับ
จากความงามประณีตและมีราคาสูงของซิ่นตีนจกแม่แจ่มก็มาถึงผ้าไหมสันกำแพงที่ขึ้นชื่อมาเกือบศตวรรษ
ชาวสันกำแพงเดิมทอกันแต่ผ้าฝ้าย ต่อมาจึงได้มีการทอผ้าไหมบ้างแต่ไม่ได้เลี้ยงไหมผลิตเส้นไหมเอง ผ้าไหมสันกำแพงมีหลายแบบ มีทั้งผ้าพื้นสีต่าง ๆ ผ้าลายขวางสองแถวจนถึงห้าแถว ผ้าลายทางลงอย่างลายตาตอบ (หมากรุก) ลายตาล่อง ลายตาแซง ภายหลังได้เพิ่มลายที่นำมาจากท้องถิ่นอื่น อาทิ ลายมัดหมี่อีสาน ลายเกล็ดเต่าไทลื้อ และมีการคิดลายใหม่เพิ่มขึ้นหลายลายด้วยกัน