|
|||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||
เครื่องเขิน เป็นงานศิลปหัตถกรรมพื้นบ้านของภาคเหนือที่ทำกันมาช้านานแล้ว แต่ปัจจุบันนี้การทำเครื่องเขินมีทำกันน้อยมาก และเป็นงานหัตถกรรมเฉพาะถิ่นที่น่าจะได้รับการพัฒนาส่งเสริมอย่างยิ่ง เพราะอาจจะสูญหายไปได้ในอนาคตหากไม่มีการอนุรักษ์ไว้
เครื่องเขิน
เครื่องเขิน คือ ภาชนะไม้ไผ่สายเคลือบน้ำรักสีดำ หรือทาเคลือบด้วยชาดให้มีสีแดง หากเป็นของเจ้านายจะตกแต่งด้วยสีทองและลวดลายวิจิตรงดงาม เครื่องเขินนี้เป็นงานศิลปหัตถกรรมที่ทำในเชียงใหม่เพียงแห่งเดียว
เหตุที่เรียกเครื่องเขินเพราะไทเขินเป็นชนชาติผู้เป็นเจ้าของงานมา ก่อนเครื่องเขินเข้ามาในเชียงใหม่พร้อมกับอพยพของพวกไทยเขินในสมัยพระเจ้ากาวิละ กล่าวกันว่าชาวไทยเขินได้รับการสืบทอดการทำเครื่องเขินต่อ ๆ กันมา โดยอาศัยการซึมซับวิธีการจากครอบครัวและชุมชน สมัยนั้นไม่มีการจารึกวิธีทำเป็นลายลักษณ์อักษร ต่างเรียนรู้สืบต่อมา
วิธีการทำเครื่องเขินโดยสังเขป คือ สานไม้ไผ่เป็นรูปทรงภาชนะตามต้อง แล้วลงสมุก
(ดินสอพองผสมน้ำ) รอจนแห้งแล้งลงรักควัดลายนำใบข่อยมาขัดให้เรียบ ลงสมุก (ดินสอพองผสมน้ำ) รอจนแห้งแล้วลงรักควัดลายนำใบข่อยมาขัดให้เรียบ ลงสมุกอีกแล้วเช็ด ทำซ้ำสัก 2 – 3 ครั้ง จากนั้นจึงตกแต่งให้งดงาม (ปัจจุบันมีการใช้แลกเกอร์ลงเงาแทนการลงรักและมีการนำไม้สักมากลึงเป็นรูปภาชนะแทนการสานไม้ไผ่)
ชาวไทเขินทำเครื่องเขินใช้ในครัวเรือนพร้อม ๆ กับนำไปแลกกับสินค้าอื่น ต่อมาเครื่องเขินจึงเป็นขอใช้ในชีวิตประจำวันของครอบครัวชาวเชียงใหม่เกือบทุกหลังคาเรือนในยุคก่อน แต่ปัจจุบันได้แปรเปลี่ยนมาเป็นสินค้าประเภทของฝากของที่ระลึกสำหรับนักท่องเที่ยว
โรงงานทำเครื่องเขินขนาดใหญ่อยู่ที่อำเภอสันกำแพง ส่งขายทั้งในและต่างประเทศ ส่วนแหล่งทำเครื่องเขินที่มีมาตั้งแต่สมัยที่ไทเขินอพยพ
เข้าเมืองเชียงใหม่นั้นอยู่ที่บริเวณวัดนันทาราม มีการทำเครื่องเขินหลายหลังคาเรือน
นอกจากนี้ แหล่งจำหน่ายเครื่องเขินใหญ่ ๆ ยังหาซื้อได้จากแหล่งผลิตเช่น อำเภอสันกำแพง วัดนันทาราม ร้านขายของที่ระลึกย่ายท่าแพ ไนท์บาซาร์ ฯลฯ เครื่องเขินจะมีให้เลือกอยู่ 3 ประเภท คือ เครื่องเขินเก่าที่มีลวดลายเป็นงานฝีมือของช่างสมัยก่อนตกทอดมาจนถึงปัจจุบัน เครื่องเขินจากเชียงตุงของพม่าที่มีการขึ้นรูปด้วยวิธีการสานแบบดั้งเดิม มีสีหางและสีทองหรือเป็นสีหางและเขียนลายสีรัก และเครื่องเขินเชียงใหม่ที่ลงรักและเขียนสีฝุ่นเป็นลวดลายต่าง ๆ หรือลงรักและเขียนลายทอง
แนวโน้มเกี่ยวกับสินค้าหัตถกรรมประเภทเครื่องเขินทุกวันนี้อยู่ในภาวะไม่ดีนัก เพราะนับว่าจะมีผู้สนใจน้อยลง คนเชียงใหม่เองก็ไม่ได้จำเป็นต้องมีเครื่องเขินไว้ใช้ในบ้านเหมือนแต่ก่อน เนื่องจากรูปแบบสังคมเปลี่ยนไปภาชนะจากวัสดุใหม่ ๆ เข้าแทนที่ เครื่องเขินจึงเป็นเพียงเครื่องประดับหรือของที่ระลึก และเป็นสินค้าของผู้รักนิยมในงานศิลปะประเภทนี้เท่านั้น