

กลุ่มสล่าแกะสลักน้ำบวยพื้นบ้านล้านนา
กลุ่มสล่าคำจันทร์ ยาโน และเพื่อนสล่าบ้านถ้าผาตอง ต.ท่าสุด อ.เมือง จ.เชียงราย เป็นกลุ่มศิลปินพื้นบ้าน (Local Folk Art) ที่ทำงานแกะสลักไม้ โดยใช้เศษวัสดุที่ได้จากธรรมชาติใกล้ตัวในท้องถิ่น อันได้แก่ เศษรากไม้สักเก่าๆ ตอไม้ไผ่ กะลามะพร้าว และเมล็ดพืชเปลือกแข็ง นำมาสรรสร้างสลักเสลาด้วยฝีมือหัตถศิลป์พื้นบ้านล้านนา ซึ่งช่างได้รับการถ่ายทอดความรู้และภูมิปัญญาต่างๆ กันมาตั้งแต่สมัยปู่ย่า ตายาย สล่าคำจันทร์ ได้รับการเรียนรู้จากพ่ออุ้ยแสง ลือสุวรรณ ผู้เป็นตา ซึ่งเป็นผู้ที่มีชื่อเสียงในการแกะสลักน้ำบวยที่เคลื่อนไหวได้ของเชียงราย
กลุ่มสล่ามักจะใช้เวลาว่างจากการทำไร่ไถนา มาประดิษฐ์คิดทำเครื่องมือเครื่องใช้และของตกแต่งบ้าน หากทำได้มากก็จะขาย หรือนำมาแลกเปลี่ยนกับปัจจัยที่ใช้ในการดำรงชีวิตประจำวัน สล่าแต่ละคนจะมีความชื่นชอบและถนัดชำนาญในการแกะที่แตกต่างกันไป มีการทำให้สวยงามวิจิตแปลกพิศดาร และคิดค้นพัฒนาให้หลากหลายต่างๆ กันมา
โดยเฉพาะน้ำบวยหรือกระบวยที่ใช้สำหรับตักน้ำจากหม้อน้ำ สล่าคำจันทร์ได้ประดิษฐ์เป็นเรื่องราวแสดงถึงวิถีชีวิตพื้นบ้านที่มีความผูกพันใกล้ชิดกับธรรมชาติ และสามารถทำให้มีการเคลื่อนไหวได้ ราวกับว่าเป็นสิ่งมีชีวิตชีวาขึ้นมาจริงๆ
ที่โดดเด่นอีกท่านคือ สล่าสุวรรณ สามสี (ฉายาสุวรรณ แกะช้าง 100 ลีลา) มีความถนัดชำนาญในการแกะสลักช้างขนาดจิ๋ว ในลักษณะท่าทาง ลีลาสวยงามต่างๆ เช่น ช้างเต้นรำ ช้างเกี้ยวพาราสีกัน และช้างกำลังออกลูก เป็นต้น มีฝีมือการแกะสลักที่ประณีตละเอียดอ่อนด้วยมีดเหลาไม้ขนาดเล็กๆ ที่ประดิษฐ์คิดทำขึ้นมาใช้เอง
อีกทั้งสล่าน้อย คำตั๋น มีความถนัดในการแกะสลักลวดลายไทย ที่มีความพริ้วไหว อ่อนช้อยในรูปแบบต่างๆ มีการนำลายไทยมาออกแบบประยุกต์ให้เป็นสากล และผสมผสานศิลปวัฒนธรรมพื้นบ้านท้องถิ่นเข้าไปในผลงาน เพื่อทำเป็นสินค้าที่จะเป็นสื่อทางวัฒนธรรมไทย ที่สามารถพัฒนาสร้างสรรค์ให้มีศักยภาพในการส่งไปขายยังต่างประเทศได้อีกด้วย อาทิ เชิงเทียนแบบตะวันตก ที่โชว์ลายแกะสลักที่อ่อนช้อย ตุงไม้กระด้างขนาดเล็ก ผอมและบาตรน้ำมนต์ทำจากกะลามะพร้าว กระบวยลายไทย เป็นต้น

เจตนารมณ์ของกลุ่ม
เป็นกลุ่มช่างศิลป์พื้นบ้านที่แกะสลักไม้ มีความมุ่งมั่นที่จะยังคงสืบสานงานฝีมือ และภูมิปัญญา ท้องถิ่นให้คงอยู่ไม่ให้สูญหาย อีกทั้งร่วมกันพัฒนา เรียนรู้ถ่ายทอด และทำการเผยแพร่ผลงานให้เป็นที่รู้จักโดยทั่วไป
มุ่งเน้นใช้เศษวัสดุธรรมชาติ ที่มีอยู่ในท้องถิ่นพื้นบ้าน ได้แก่ เศษรากไม้ ตอไม้ไผ่ กะลามะพร้าว และเมล็ดพืชเปลือกแข็งที่ไม่มีคุณค่า นำมาสร้างสรรค์เป็นผลงานหัตถศิลป์ทีทรงคุณค่า
เป็นกลุ่มช่างที่มีศิลปะนิสัย (Artiste) ที่ชอบสร้างสรรค์สิ่งใหม่ๆ อยู่เสมอ และไม่ได้ทำแต่น้ำบวยเท่านั้น หากแต่ยังประดิษฐ์เครื่องมือ เครื่องใช้ และของตกแต่งบ้านอื่นๆ อีกมากมายตามแต่วัสดุธรรมชาติที่จะสรรหามาได้