
สนั่น ธรรมธิ
จากวารสารข่าวหอศิลป์ (หอนิทรรศการศิลปวัฒนธรรม)
โบราณว่า “จี่พริกต้อมีครู จี่ปูต้องมีลาย” หมายความว่า การสร้างสรรค์สิ่งใดย่อมมีตัวอย่างให้ดูเป็นครูนำก่อน ครูจึงมีความสำคัญ ควรแก่การระนึก (ระลึก) ถึงอยู่ตลอดเวลา ก่อให้เกิดกิจกรรมนานา ให้เห็นว่าไม่ลืมครู เฉพาะในล้านนานั้นมีพิธีกรรมตามแบบเบ้าเบาราณอยู่ 4 อย่าง แต่ละอย่างมีความหมายแตกต่างกันไป ดังนั้นการขึ้นขอบขึ้นขัน เป็นการบอกกล่าวขอมอบกายถวายตัวเป็นศิษย์ กล่าวคือ เมื่อไปขอร่ำเรียนวิชาจากผู้ทรงความรู้ด้วยวาจาแล้ว จะมีการหาฤกษ์งามยามดี ไปขอมอบตัวผ่านพิธีกรรมอีกที ซึ่งในการประกอบพิธีจะมีรายละเอียดอีกมาก ตามแต่ครูอาจารย์จะกำหนด ที่แน่นอนหลัก ๆ จะมี “ขันครู” คือ พานบรรจุเครื่องสักการะไปให้ครูประกอบพิธีพร้อมรับเป็นศิษย์อย่างเป็นทางการก่อนที่จะมีการเรียนการสอนคล้ายเป็นการ “บักบนหนไว้” ของโบราณหรือปัจจุบันอาจเทียบได้กับการ “ลงทะเบียน”
ปลงครู เมื่อมีการเรียนการสอนขั้นตอนจนเสร็จสิ้นกระบวนวิชา ครูเห็นว่าศิษย์สมควรเป็นผู้สืบสายวิชาต่อไป ก็ให้นำเอา “ขันครู” ที่ตั้งไว้ครั้งเมื่อมีพิธีขึ้นขอบขึ้นขัน มาเปลี่ยนเครื่องสักการะใหม่และให้จัดแต่งเครื่องเซ่นสังเวยเพิ่ม ทั้งข้าวน้ำโภชนาหาร สุราบานน้ำเหล้า เชิญพ่อเจ้าครูลงปลงวิชาแก่ศิษย์คือ มอบวิชาให้อย่างเป็นทางการ ผ่านพิธีกรีรม พร้อมให้น้อมนำรับเอาครูอาจารย์ไปเป็นสรณะ ดังนั้นเมื่อเสร็จพิธีศิษย์จะนำขันครูไปไว้สักการะบูชาที่บ้าน เพื่อแสดงว่าเป็น “ศิษย์มีครู” สามารถสืบสานความรู้ให้ผู้อื่นต่อไปได้
เลี้ยงครู ศิษย์ที่มีครูถือครูเป็นสรณะประกอบอาชีพจากวิชาที่ร่ำเรียนมา นอกจากจะสาไหว้กราบตราบวัสสา วันยาม ตามขนบนิยมแล้วต้องมีพิธี “เลี้ยงครู” เป็นครั้งคราไปอย่างน้อยก็หนึ่งปีมีหนหนึ่ง ซึ่งในพิธีจะมีการเปลี่ยนเครื่องสักการะใหม่ เลี้ยงด้วยหัวสุกรหรือไก่ตามควร
ไหว้ครู ทุกครั้งเมื่อจะใช้วิชาที่ร่ำเรียนมา จะมีการระลึกถึงครู พิธีกรรมอย่างน้อยก็แสดงอาการไหว้ ส่งใจนึกถึงคุณครูอาจารย์ ตลอดถึงมีพานหรือขันครูให้เห็นเป็นประจักษ์ ดังนั้นเวลาที่เข้าพิธีจะประกอบพิธีจึงมักมี “ขันตั้ง” ครูเสมอ
เมื่อกล่าวถึงขันตั้ง ก็มีตั้งแต่ขันตั้งชุดเล็กไปถึงชุดใหญ่ ชุดเล็กอาจเป็นข้าวตอกดอกไม้ ใหญ่ขึ้นไปจะเพิ่มเครื่องอุปโภคบริโภคและสิ่งแสดงศักดิ์ศรี คุณค่าหรือราคาอะไรประมาณนั้น ซึ่งอาจได้แก่เงินค่ากำนัล จำนวนตัวเบี้ย หรือจำนวนเครื่องสักการะที่มากน้อยตามราคาวิชา อย่างไรก็ตามโดยหลัก ๆ แล้วจะมีเครื่องประกอบทั่วไปคือ
1. สวยดอก (กรวยดอกไม้)
2. สวยหมาก สวยพลู
3. เทียนเล่มบาท (เทียนน้ำหนัก 1 บาท)
4. เทียนเล่มเฟื้อง (เทียนน้ำหนัก 1 เฟื้อง)
5. ข้าวเปลือก
6. ข้าวสาร
7. ผ้าขาว
8. ผ้าแดง
9. สุรา
10. ไก่หรือหมู
11. เบี้ย
12. เงิน
13. หมาก
14. พลู
15. กล้วยเครือ
16. ตาลเครือ
17. อ้อยลำ
18. อาหารคาวหวานและผลไม้ตามควร
19. น้ำส้มป่อย
20. สิ่งอันเป็นสัญลักษณ์ของวิชา เช่น ครูดนตรี
มีเครื่องดนตรีประกอบ การระนึกถึงครูของล้านนาไม่เฉพาะแต่ครูที่ประสาทวิชาให้เท่านั้น หากแต่หมายรวมถึงบูรพาจารย์ทั้งหมด จึงมักปรากฎคำไหว้กล่าวถึงโดยรวมเสมอว่า “ครูเก๊า ครูปล๋าย ครูต๋าย ครูยัง ครูสั่งแลครูสอน” และการระนึกถึงนี้ นอกจากจะพูเพิ่มกำลังใจแล้ว ยังเป็นสิ่งที่ก่อให้เกิดกตัญญูกตเวทิตาธรรม น้อมนำรำลึกครูผู้มีคุณและส่งเสริมความสัมพันธ์ระหว่างครูกับศิษย์ กระชับชิดให้ยาวนาน สืบสายธารแห่งศาสตร์และศิลป์ให้ธำรงไว้เป็นสมบัติของมนุษยชาติต่อไป