
มาลา คำจันทร์
ตำราลักขณะพระเจ้านี้ ข้าพเจ้าถอดมาจากลานก้อมของ พระจตุพลฐิติสวโร วัดบากค้าง อำเภอสันกำแพง จังหวัดเชียงใหม่ บันทึกอยู่ในลานก้อมหรือใบลานขนาดสั้นไม่ระบุวันเดือนปีที่จดจารบันทึกเนื้อความและสำนวนโวหารมีดังต่อไปนี้
จักกระทำพุทธพิมพารูปเจ้าถปันนา (สถาปนา) ดั่งอั้น หื้อแทกหว่างเพลา (วัดระหว่างเข่า) มาหัก 4 ตั้งแท่นหาสะดือส่วน 1 ตั้งสะดือหานมส่วน 1 ตั้งนมหาคางส่วน 1 ตั้งคางหาบอระธึก (ปลายมวยผม) ส่วน 1 โมลีส่วน 1 แขนปล้องเหนือส่วน 1 แขนแล้องใต้ 2 ส่วนทั้งมือ ตีนส่วน 1 ตั้งดูกหลังมาหาหัวเข่า 2 ส่วน เอาส่วน 1 นั้นมาผ่าเป็น 3 (เอาส่วนหนึ่งมาแบ่งสาม) เป็นดัง (จมูก) ส่วน 1 หน้าผากส่วน 1 หูส่วน 1 แทกหว่างเพลาทั้งมวลมาขด หื้อหัวแลแอวเท่ากันนั้นแล (หัวและเอวมีเส้นรอบวงเท่ากับขนาดหน้าตัก)
ฉบับ 1 เล่า หื้อแทกหว่างเพลามาผ่า 4 แล้วตั้งแท่นขึ้นหามือพาดหั้นส่วน 1 มือพาดหาสะดือส่วน 1 ตั้งสะดือหานม ส่วน 1 ตั้งนมหาคางส่วน 1 คางหาตีนผม ส่วน 1 ถูกหลังแลหูหว่างนมส่วน 1 เอาส่วน 1 มาผ่านเป็น 4 เป็นส่วน 1 เป็นโมลีส่วน 1 หว่างเพลาผ่า 3 เป็นแขนส่วน 1 แหล่ (ไหล่) ส่วน 1 หว่างเพลาผ่าเกิ่ง (แบ่งครึ่ง) เป็นขาส่วน 1 เป็นแข้งส่ว 1 แทกหว่างเพลาทั้งมวลขึ้นเมื่อทำคาง (หากขนาดหน้าตักเท่ากับระยะจากหน้าแท่นขึ้นถึงคาง)แทรกหว่างเพลาทั้งมวลขึ้นเหนือคาง (หากขนาดหน้าตักเท่ากับระยะจากหน้าแท่งถึงคางชื่อว่าสีหลักขณะ ขึ้นรอดดัง (หากถึงจมูก) ชื่อว่าพุทธลักขณะ ขึ้นเมื่อรอดตีนผม ชื่อว่านิโคทธลักขณะแลเหมือนดั่งทอง) หื้อเอาน้ำรักร้อย 5 บาท ยางกำยาน หมากกาปลายหมากแดง 1 มาสูน (ผสม) หันทาเป็นเทือกไว้ 15 วัน จึงใส่คำ(ทอง)แล ยามจักใส่คำนั้นหื้อเอายางกำยานฝิ่น 1 รักบาท 1 เอาแคลดเป็นยาง (ฉาบพอเหนียว) แล้วเอาหอยมุกตัดเสี้ยวมีวัณณะดั่งดอกผักตบนั้นมาถูพาก 1 (อีกตำหรับหนึ่ง) หื้อเอาใบกล้วยจัน ครั้งบ่มีเอาใบกล้วยตีบคำ น้ำด่าง หมากกาปลายซ้ำกันหมากแดง 1 รัก 9 บาท สูนกันทาเป็นเทือกไว้ 20 วัน จึงใส่คำแล พากนี้งามเป็นดั่งน้ำจักหยอดแลพาก 1 เอาใบไม้ลงเผาเป็นด่าง ใส่หมากกาปลายแดง ใส่รัก 9 บาท สูนกันทาเป็นเทือกไว้เดือนปลาย 20 วันใส่คำเทอะ แคลดใส่คำเหมือนกันแล พากนี้งามเป็นดั่งเปลวไฟนั้นแล หื้อกรองน้ำรัก 7 ที แล้วใส่เทอะ รัก 9 บาท สูนกันทาเป็นเทือกไว้ 20 วัน จึงใส่คำแล พากนี้งามเป็นดั่งน้ำจักหยอดแล
ลักขณะพุทธรูปเจ้าฉบับ 1 เล่าพึ่งรู้ดังนี้ หื้อแทกหว่างเพลามาหักผ่า 3 แขนปล้องเหนือส่วน 1 ปล้องใต้ 2 ส่วนทั้งมือหน้าส่วน 1 ตั้งจอมบ่าลงมาหานมส่วน 1 ขาทั้ง 2 ส่วน (ขาทั้งสอง 2 ส่วน) แข้ง 2 ส่วนทั้งตีนหูส่วน 1 แทกหว่างเพลาทั้งมวลตั้งแต่แข้งขึ้นหาคอเพียงนั้นดีแล (หากความสูงของพระพุทธรูปตั้งแต่แข้งถึงคอเท่ากับขนาดหน้าตักถือว่าดีมาก) ลักขณะพุทธรูปนัย 1 พึ่งรู้เทอะ
ลักขณะพระเจ้าอีตำราหนึ่งได้มาจากท่านพระครูธอดุลสีลกิตติ์ วัดธาตุคำ อ.เมือง จ.เชียงใหม่ สอบเทียบกับฉบับวัดทรายมูล อำเภอสันกำแพง จังหวัดเชียงใหม่ รายละเอียดและสำนวนโวหารมีดังนี้
ที่นี่จักกล่าวลักขณะพระเจ้าหื้อเหมือนเมือยังธรมาน (เหมือนเมื่อยังดำรงพระชนมชีพ) มีฉันนี้แล
หื้อแทก (วัด) หว่างหัวเข่ามาหักเป็น 3 ส่วน เอาส่วน 1 เป็นปาทะ (ขนาดที่ใช้เป็นเกณฑ์ในการวัด) แลเอาไม้ปาทะนั้นมาแทกที่ละลี (ฟูก) นั่งนั่นหื้อขึ้นเถิงสะดือหั้นไม้ 1 แลเพิ่มแทรก ผิว่าไม้ปาทะอันถ้วน 4 นั้นได้ที่ตีนผม ได้ชื่อว่านิโคธลักขณะ ได้เมื่อพระพุทธเจ้านั่งภาวนาตรัสปัญญาสัพพัญญสัมมา สัมพุทธะแทบเค้าไม้ศรีมหาโพธิแล
ผิว่าไม้ปาทะอันถ้วน 4 นั้น แทกได้ทัดหว่างตา (ตรงระหว่างตา) นั้นได้ชื่อว่าสุภลักขณะได้เมื่อพระพุทธเจ้านั่งฉันข้าว 19 ก้อน แทบฝั่งน้ำเนรัญชรา แทบเค้าไม้ราขายตนะนั้นเป็นต้น ตราบลำดับฉันยังชิ้นหมูเบื่อแล้วลวดเสด็จสู่ปรินิพานไปนั้นแล
ผิว่าแทกได้ทัดที่จอมดัง (ตรงปลายจมูก) นั้นแก้ได้ชื่อว่าสีหลักขณะ ได้เมื่อพระพุทธเจ้านั่งเทศนาธรรมจักกัปปวัตนสูตรเป็นเค้า(เป็นต้น) แลไปเทศนาอภิธรรม 7 คัมภีร์ ในเมืองชั้นฟ้าตาวติงสา ตราบเถิงเมื่อเข้าไปสู่เมืองกุนาราย (กุสินารา) เพื่อเทศนาธัมมสุตัตทสนจักกวัตติราชสูด (ธรรมสุทัสนจักกวัตติราชสูตร) แลชาดกเป็นปริโยสานที่เมี้ยนที่สุด ปลอดปล่อยยังสรรถสัตว์คณามวลหมู่ วรองค์ตนแห่งพุทธเจ้าก็จึงเสด็จเข้าสู่ปรินิพรานไปดีหลีแล
ลักขณะสามองค์นี้ประเสริฐดั่งกันแล (พระพุทธรูปแบบนิโครธลักษณะ ศุภพุทธลักษณะและสีหลักษณะประเสริฐเท่าเทียมกัน ผู้บ่รู้แลได้ติเตียนกันเป็นบาปมากนักแล
ระหว่างนมกว้างเท่าบ่าทะลวงยาว 1 แล (ระหว่างนมกว้างหนึ่งในสามของขนาดหน้าตัก แทรกแต่จิกนมขึ้นไปเถิงจอมบ่าซ้ายขวาปาทะลางยาก 1 แล แทรกจอมคอแต่ข้อมือซ้ายขวาไปเถิงปลายนิ้วมือเอาเท่าปาทะลวงยาวแล นิ้วมือหื้อเอาเกิ่งปาทะลวงยาว (ความยาวของนิ้วมือเท่ากับครึ่งบ่าทะ) นั้นแล
หื้อหักไม้ปาทะนั้นเป็น 3 ส่วนแบ่งเศษ เอาส่วน 1 เป็นฝ่าตีนฝ่ามือ ผ้าพาดก็กว้างเท่ากันนั้นแล หน้าพระเจ้าลวงยาก็เอาเท่าปาทะลวงยาวนั้นแล
แทกแต่จอมดังไปเถิงจอมหูคือที่ปลายหูนั้นก็ปาทะ 1 แล ใบหูทั้ง 2 ยาวเท่าบ่าทะลวงยาแล
หักไม้ปาทะเป็น 2 ส่วน เอาส่วน 1 เป็นตีนหูภายใต้ ส่วน 1 เป็นปลายใบหูบนแบ
เอาไม้ปาทะนั้นหักเป็น 4 ส่วน เอาส่วน 1 เป็นหูกว้างเท่านั้นแล ตาทั้ง 2 ก็เอายาวเท่านั้นแล นิ้วตีนก็เอายาวเท่านั้นแล มุมปากก็กว้างเท่านั้นแล
หมกตาแปลงหื้องามเป็นดั่งกลีบดอกบัวผ่าเฟื้องนั้นแล (กระบอกตาทำให้งามดั่งกลีบบัวผ่าสี่) หัวกลามแลแอวกลมหื้อเอาตอกมาเวียนเกี้ยวเท่ากันแล
โมลีหื้อยาวเท่าบ่าทะแบ แปลงหื้อเป็น 7 กลีบแล แต่งหื้อเป็นไหมกระหวัดเกี้ยวไปทางหนขวา เป็นดั่งไส้ปลาช่อนนั้นแบ คือว่าหื้อแต่งกลมงามเป็นดั่งกลีบหอมเทียม (กระเทียม) นั้นแล
เอาไม้ปาทะหักเป็น 3 ส่วน เอาส่วน 1 เป็นลำคอ 2 ส่วนเป็นตีนผ้าสังฆาฎิหย่อนลงภายหน้าหลังก็เท่านั้นแล คางก็แต่งเป็นดั่งรูปหม้อต่อมนั้นแล (ฉบับทราบมูลว่าคางหื้อแต่งเป็นดั่งรูปต่อมน้ำแล) บัวระธึกหื้อเอาเกิ่งปาทะ 1 แล (ยอดมวยเอาครึ่งปาทะ) ตาทั้ง 2 หื้อเป็นดั่งนกแล 2 ตัวยื่นหัวหากันนั้นแล
เอาไม้ปาทะมาหักเป็น 3 ส่วน เอาตั้งตีนผมลงมาเถิงหว่างคิ้วส่วน 1 แลตั้งหว่างเป็นมูกย้อยริมปากภายบน หื้อกระทำเป็นดั่งรูปหอยทองนั้นเทอะ (ทำเป็นรูปคล้างผักเพกา) เกศากระทำหื้อเป็นเสี้ยมกระหวัดไปหนขวาเป็นดั่งรูปหอยทองนั้นเทอะ หื้อแปลงเป็น 3 ถ้านแล (ให้ทำเกศาเป็นสามขนาด) ถ้านเค้าหื้อใหญ่เพิงสมควรกับด้วยรูปพระเจ้าองค์ใหญ่องค์น้อยนั้นแล ถ้านกลางนั้นหื้อน้อยสะน่อยและขนาดกลางให้เล็กลงอีกเล็กน้อย) ถ้านปลายไปหาโมลีนั้นจึงหื้อน้อยเสียถ้านกลางนั้นสะน่อยแลเอาไม้จอมคาว
มุกเท่าคาเขียว (ผงที่ได้จากขี้เถ้าคาเขียว) ก็ดี มุกดิน (ฝุ่นหรือผงดิน) ก็ดี สะทาย (ซีเมนต์พื้นเมือง) ก็ดีเหียก (ตะกั่ว) ก็ดี ขึน (ตะกั่ว) ก็ดี ทอง (ทองเหลือง) ก็ดี (มุกดินฝุ่นหรือผงทื้อหล่อเอาดิน) ก็ดีหื้อน้อยสะน่อยแลผขนาดกลางให้เล็กลงอีกเล็กน้อย) ถ้นปลายไปหาโมลีน้นจึงหื้อน้อยเสียถ้านกลางนั้นสะน่อยแล
กระเบ็ดหน้าพระเจ้ามี 3 ลักษณะ (ลักษณะหน้าพระพุทธรูปมีสามแบบ) จำพวกหน้าขอมฮำกลมสะน่อยแล (แบบหน้าขอมฮำจะค่อนข้างกลม ตรงนี้ฉบับทรายมูลว่าจำพวก 1 หน้าช้ากลมสะน่อยแล) จำพวก 1 หน้าสว่างใสไขงามดูองอาจดุจดั่งจักปากนั้นแล
ในลักษณะ 3 องค์นี้ได้องค์ใดก็ดีแล ประเสริฐดั่งกันชุองค์แล หื้อเอาผู้เป็นมูลศรัทธาผู้สร้างนั้นเพิงใจว่าแล ครั้งว่าเพิงใจองค์ใดดั่งอั้น ผู้เป็นอาจารย์ช่างก่อนั้นก็ควรหื้อแล้วคำเพิงใจมูลศรัทธาผู้สร้างนั้นเทอะ
กล่าวยังลักขณะพรเจ้านั่นก็แล้วห้อง 1 ก่อนแล
หวังว่าสาระจากใบลานเรื่องลักษณะพระเจ้าคงจะเป็นประโยชน์ต่อสล่าเมืองทั้งหลายบ่นักก็น้อย อันที่อยู่ในวงเล็บนั้นเป็นข้อความที่ข้าพเจ้าเติมเข้าไป ผิดพลาดอย่างใดขอพ่อสล่าทั้งหลายอภัยข้าจิ่ม น้อยมาลา คำจันทร์ บ้านสันป่าตอง ถอดเป็นตัวไทยแล เจ้าเฮย