
วัฒนธรรมแห่งภูมิผญ๋าสล่าล้านนา
สล่าบุญรัตน์ ณ วิชัย ประธานชมรมส่งเสริมสล่าล้านนา
ณ บริเวณบนช่วงแก้วทิพย์ดวงแสง หอนิทรรศการศิลปะวัฒนธรรม คณะวิจิตรศิลป์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ แดนสถานแห่งอารยะธรรมขวัญหล้า ล้านนาเมืองสล่า เพรียบพร้อมด้วยบรรยากาศอันอบอวล ร่มรื่น ชุ่มชื้น อุดมสมบูรณ์ไปด้วยกลิ่นอัยของธรรมชาติมวลแมกไม้หลากหลายนานาพันธ์ ฮ่มไม้สะหลีใบกว้างใหญ่ สักทองสูงเด่นตะหง่านอลังการ ทองกวาวอวดกิ่งก้านชูช่อ งามสง่าสีส้มแสด ดั่งคำเล่าอ้างราชาแห่งเก๊าไม้หลวง ผสมผสานกลมกลืนด้วยรูปแบบสถาปัตยกรรมล้านนาร่วมสมัย ตึกซีเมนต์ปนทรายอย่างงดงามสุนทรียภาพอันวิจิตร หากแต่เรายืนอยู่บนลานช่วงดินหอศิลป์แห่งนี้ ลองหันสายตาเมียงมองขึ้นไปทางทิศตะวันตก จะได้เห็นลำแสงเรืองรองตะวันพร่างพราว เคลื่อนคล้อยลอยลับสลับเมฆหมอกหนาวบางจังหวะลีลาจะโผล่ฉายแสงสะท้อน ตกกระทบส่วนป๋ายธาตุองค์เจ้าดอยสุเทพสะหลีคำ ระยิบระยับอร่ามด้วยพลังอันศรัทธา เสน่ห์เลิศล้ำค่างามพุทธศิลป์มรดกล้านนา เสกสรรค์สร้างภูมิผญ๋าบรรพชนสล่า โดยการย้อนรอยจารีตวัฒนธรรมที่เหล่าสล่าต่างได้รังสรรค์สร้างบ้านแปงเมือง ด้วยปรัชญาแห่งชีวิตจิตวิญญาณที่ฝังรากลึกถึงรากแก่นแก้ว ในสายเลือดของความเป็น สล่าเมือง นับได้ว่าเป็นผลงานศิลปะที่มีความเป็นสิ่งมหัศจรรย์ในตัวของมันเอง
มื้อจั๋นวันดี วันนี้เป็นวันเปิกสง้า-รับได้ ฟ้าตีแสงเศษสาม แรมห้าค่ำเดือนสิบเอ็ด ปีก่าเม็ด-ปีกาบสัน ตรงกับวันศุกร์ที่เก้าเดือนเมษายน ปีสองพันห้าร้อยสี่สิบเจ็ด นิมิตรหมาย ฤกษ์งามยามดี หมู่เฮาจาวสล่าล้านนาตึงแม่ญิงป้อจายจะได้ฮ่วมรำลึกกึ๊ดเติงหาบรรยากาศของงานสล่าเมืองโดยเริ่มประกอบพิธีกรรม ขึ้นท้าวทั้งสี่หรือต๊าวตั้งสี่ ในเวลาตอนเช้ามืด เพื่อเป็นการบวงสรวงท้าวทั้งสี่ทุกครั้งของคนเมืองเมื่อมีการจัดงานมงคลโดยการทำเป็นแท่นท้าวทั้งสี่ทิศทำจากไม้ ปักลงบนดิน พร้อมทั้งเครื่องสักการะบูชา บรรจุใส่ไว้ในกระบะกาบกล้วย เรียกว่า สะตวง แล้วจึงเชิญปู่อาจารย์ที่มีความรู้ด้านพิธีกรรมมาทำพิธีเพื่อเป็นการบูชาเครื่องสังเวยมหาราชทั้งสี่พระองค์ ตามทิศต่าง ๆ ที่ท่านได้ดูแลรักษาสถิตสรวงอยู่อันได้แก่ท้าวธตรัฎฐะประจำทิศตะวันออก ท้าววิรุฬหกประจำทิศใต้ ท้าววิรูปักขะ ประจำทิศตะวันตก และท้าวเสสุวัณณ์ประจำทิศเหนือ พอถึงช่วงก่อนเวลาหกโมงแลงมีขบวนแห่คัวสล่าเมือง เดินเข้ามาในพิธีเปิดนิทรรศการภายในหอศิลป์ ส่วนในวันที่สิบห้า ตรงกับวันแรมสิบเอ็ดค่ำ เดือนสิบเอ็ด เป๋นวันดี พญาวัน ป๋าเวณีปี๋ใหม่เมือง พิธีกรรมอันสำคัญก็จะได้เริ่มขึ้นในช่วงเช้าแดดขวาย หมู่เฮาจาวสล่าเมือง ยอยกมือขึ้นไหว้สาวันทา มวลบุพผามาลัยนอบน้อม “ขั้นตั้งหลวงสล่าทิพย์แก้ว” ภาษาถิ่นมักจะเรียกกันว่าการยกขันหรือโยงขัน เพื่อเป็นการยกครู ครอบครู น้อมคารวะแด่ครูบาอาจารย์ ครูเก๊า ครูป๋าย ครูต๋าย ครูหยัง เป็นการสร้างขวัญกำลังใจ สิริมงคล ป๋าระมี สะหลี แก่นใจ๋ สำหรับผู้ที่จะต้องสืบสานรอยจารีตของความเป็นสล่าล้านนา โดยได้เชิญปู่อาจารย์มาทำพิธียกขั้นตั้งหรือพานครูเป็นภาชนะที่ทำมาจากโครงสร้างไม้ไผ่ ลงหางสีแดงหรือน้ำตาล เครื่องสักการบูชาทำมาจากวัสดุพื้นบ้านที่สื่อความหมายของความเป็น สล่าตามความเชื่อประกอบด้วย สวยดอก ข้าวตอก ดอกไม้ ธูป เทียน สวยหมากพลู หมากคำ พลูใบ เมี่ยง สุรา ผ้าขาว ผ้าแดงอย่างละพับ ขันสำหรับใส่ข้าวเปลือก ข้าวสาร อาหาร คาวหวาน พร้อมทั้งเงินค่าขันตั้งตามความเหมาะสม หลังจากสิ้นสุดของการประกอบพิธีลำดับต่อมาเป็นพิธีปลดขันตั้งตามลำดับ พอได้เวลายามแลงบรรยากาศ แดดร่ม ลมตกหมู่เฮาพร้อมหน้าพร้อมตากัน ฮ่วมสืบสาน ป๋าเวณีสระเกล้า ดำหัวสล่าขิ่นขวัญคำ โดยการขอพรหรือปั่นปอนในสิ่งที่เป็นสิริมงคลอันดีงามจาก ป้อครู แม่ครู สล่าหลวง สล่าเก๊า พร้อมทั้งคัวดำหัว สักการบูชา ประกอบด้วยของกิ๋น ของใจ้ เสื้อผ้าอาภรณ์ พร้อมทั้งสวยดอก ธูป เทียน ข้าวตอก ดอกไม้ สารภี สบันงา เกิดตะหวา จี๋ต๋าล้อม ดอกด้าย คำปู่จู้ น้ำขมิ้น ส้มป่อย ใส่ในสลุง ขันเงิน ตลอดระยะเวลาช่วงของการจัดงานจะได้จัดกิจกรรม การเสวนาภูมิผญ๋าสล่าเมือง การแข่งขันประวก แต่ละสาขางานช่างสล่า กิจกรรม การสาธิตสล่าเล่าเลือง แต่งแต้ม ปั้นแป๋ง สลักจ๋าร ขวักไม้ หล่อเบ้า คัวฮัก คัวหาง ต้องสลุง สานเปี้ยด สานส้า สานก๋วย มัดย้อม แต่งหย้อง ฝั้นตอ ตามบริเวณผ๋ามสล่าต่าง ๆ ส่วนภายในบริเวณหอศิลป์ จะเป็นนิทรรศการผลงานศิลปหัตถกรรมของเหล่าสล่าล้านนาที่ได้พักพิง อาศัยหรือมีถิ่นกำเนิดอยู่ในเขตแคว้นแปดจังหวัดภาคเหนือตอนบน ทุกท่านก็ได้รังสรรค์ผลงานที่เป็นเอกลักษณ์ของตนเอง และยังสื่อถึงความเป็นจิตวิญญาณล้านนา วิถีชีวิต ความเชื่อ พิธีกรรม ขนบธรรมเนียม ประเพณี วัฒนธรรมตลอดถึงธรรมชาติสิ่งแวดล้อม ประกอบด้วยผลงานจิตรกรรม ประติมากรรม ภาพพิมพ์ สื่อผสม หัตถกรรม และหัตถศิลป์พื้นบ้าน โดย จัดแสดงผลงานตลอดระยะเวลาของเดือนเมษายน
การจัดงานนิทรรศการครั้งนี้เสมือนหนึ่ง ช่างสล่าพื้นบ้านแต่ละถิ่นฐานมีโอกาสได้ฮ่วมฮอมผญ๋ากั๋น แลกเปลี่ยนองค์ความรู้ ความคิดเห็น ประสบการณ์ วิสัยทัศน์ ในสาขาวิชาชีพสล่าของตนเอง อันจะนำพาไปสู่กระบวนการพัฒนาทางด้านแนวคิดสร้างสรรค์ค์ เพิ่มพูนศักยภาพทักษะ ความเชี่ยวชาญ ฝีมืองงานช่าง ด้วยการบูรณาการ ผสมผสาน ก่อให้เกิด แรงจูงใจอันศรัทธา ปรัชญาภูมิผญ๋าพลังไฟแห่งศิลป์ เพื่อเป็นการต่อยอดวัฒนธรรมอันแรงกล้า ภูมิปัญญาสล่าล้านนา ให้คงอยู่คู่แผ่นฟ้าผืนแผ่นดินถิ่นไทยงามอย่างนิรันดร์กาล ตามจุดประสงค์พันธกิจหลัก ของทางชมรมส่งเสริมสล่าล้านนา ต้องช่วยกันสานต่อ อนุรักษ์ เผยแพร่ รณรงค์ ด้วยการจรรโลงสร้างจิตสำนึก ค่านิยม โดยให้คนเมืองพื้นถิ่นได้เล็งเห็นความสำคัญ คุณค่าที่ควรรักษา มรดกวัฒนธรรมแห่งภูมิผญ๋าสล่าล้านนา อันล้ำค่าสืบต่อไป ตามแนวพระราชดำรัสในหลวง รัชกาลปัจจุบัน พระองค์ท่านทรงตรัสข้อความที่ว่า “การรักษาวัฒนธรรมเป็นการรักษาชาติ” ในนามชมรมส่งเสริมสล่าล้านนาขอกล่าวเกียรติคุณ ด้วยกัลยาณมิตรแต่สล่าล้านนาทุกท่านที่เข้าร่วมแสดงผลงานและกิจกรรมสาธิต คณะกรรมการดำเนินงาน ตลอดจนแขกแก้วสหายคำทุกท่านที่มาเยือนที่สำคัญคงเป็นผู้ให้ความนุเคราะห์สนับสนุนให้การจัดงานนิทรรศการการในครั้งนี้สำเร็จลุล่วงไปด้วยดี ขอขอบคุณคณะวิจิตรศิลป์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ โฮงเฮียน สืบสานภูมิปัญญาล้านนา ศูนย์วัฒนธรรมเฉลิม พระเกียรติ์ สถาบันเทคโนโลยีราชมงคล วิทยาเขตภาคพายัพ ตลอดถึงผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องทุกฝ่ายมา ณ โอกาสนี้ด้วย
เอกสารอ้างอิง
หนังสือปีใหม่ล้านนา
เครื่องสักการะในล้านนาไทย
สารานุกรมวัฒนธรรมไทยภาคเหนือ

