กลับหน้าแรก สล่าล้านนา
ฟ้อนเชิงเชิงฟ้อนหนุ่มล้านนา

                                  ธิตินัดดา  จินาจันทร์

รวมพล สล่าเมือง
lanna  wisdom School 
Artisan
Contact  Salah
About web site
Great Teacher of Craftsman
Tale of Lanna
About Salahlanna Group
Site  map
Lanna Trand
Lanna Art

บทความจากส่วนหนึ่งของหนังสือ บันทึกคนบันทึก
"หอมกลิ่นแผ่นดินเกิด"
มอเมือง  ภูมิปัญญาการรักษาพยาบาลแต่ดั้งเดิม
าดเมือง – กาดหมั้ว
ปลวประทีบไหว ใต้เงาโคม
วมบรรเลงเป็นเพลง ทำนองหวาน
กว่งไกวชายไหว ตามสายลม
ฟ้อนเชิงเชิง ฟ้อนหนุ่มล้านนา


ขอขอบพระคุณและเคารพรักในความเอื้อเฟื้อ
เพื่อสร้างสรรค์บทความอันมีคุณค่าแก่คนล้านนา
ธิตินัดดา  จินาจันทร์

                                                  สล่า  วารินทร์  ใจจันทึก

Lanna Gallery

    เสียงกลองดังเร่งเร้าขึ้นเหมือนจะปลุกใจให้ฮึกเหิม หนุ่มน้อยสองคนยกระโดดเข้ากลางวงแล้ววาดมือ เริ่มลีลาฟ้อนเชิงคึกคักดุดัน ประเดี๋ยวล่อหลอกให้อีกฝ่ายเดินเข้าหา ประเดี๋ยวก็ตบบ่าผาบดัง เพียะพะข่มขวัญคู่ต่อสู้ พอเห็นอีกฝ่ายชะล่าใจก็กระโจนเข้าไปแหย่ แต่ก็ถูกอีกฝ่ายซัดตีนใส่ เท่านั้นไม่พอยังทำหน้าเย้ยหยันให้เจ็บใจเล่น คนดูรอบวงก็เฮกันไป

   พอเสียงกลองดังขึ้นเมื่อใด คนดูเป็นต้องล้อมวงเข้ามาดูใกล้ๆ ก็ลีลาฟ้อนดาบฟ้อนเชิงของแต่ละคนนั้นน่าดูน้อยเสียเมื่อไหร่ บางคนก็ขึงขัง เข้มแข็ง ฟ้อนไปกูดูท่าจะระแวดระวังตัวเหมือนตามแบบฟ้อนโบราณ แต่บางคนฟ้อนไปก็ใส่ลีลาเล่นหลอกล้อเสียจนขบขัน เรียกเสียงหัวเราะจากคนดูก็มี บางคนดูหนังจีนกำลังภายในมากไปก็เอาท่ามวยจีนมาผสม กลายเป็นฟ้อนเชิงลายไอ้หนุ่มหมัดเมา บางคนเอาลีลาการจั่วไพ่มาประสมเป็นการฟ้อน ทำเอาคนดูหัวเราะน้ำหูน้ำตาไหล แต่พอได้ทีก็กระโดแผล็วไปเล่นงานคู่ต่อสู้จนจับตาดูไม่ทันก็มี เพราะอย่างนี้เอง การฟ้อนดาบฟ้อนเชิงของหนุ่มๆ จึงเป็นที่นิยมไม่แพ้การฟ้อนของสาวๆ เลย

   ใครอยากจะเรียนฟ้อนเชิงบ้างนั้น ต้องไปหามื้อจั๋ววันดี คือวันที่เป็นอุดมฤกษ์ ไปขอเรียนกับพ่อครู หรือ ครูเชิง โดยต้องขึ้นขันเสียก่อน พ่อครูบางท่านอาจจะเคร่งครัดไปมากกว่านั้น คืออาจจะใช้วิธีทดสอบว่าใครสมควรได้เรียน ก็จะขีดวงกลมไว้ที่ลานบ้านแล้วเชือดคอไก่แล้วโยนลงกลางวง หากไก่ของใครตายในวงก็เรียนได้ แต่หากไก่ใครดิ้นไปตายนอกวงกลมก็ถือว่าผีครูไม่อนุญาตให้เรียนก็มี

   พอเรียนสำเร็จเสร็จสิ้น ครูเชิงอนุญาตให้นำวิชาไปใช้ได้ก็จะปลดขันตั้ง โดยทำพิธียกขันตั้งลงจากหิ้งผีครู เอาธูปเทียนดอกไม้ในพานนั้นแจกจ่ายให้ลูกศิษย์ไปบูชา

    การหัดฟ้อนเชิงนั้นต้องเริ่มที่หัดย่างเท้าให้มีกระบวนท่าเสียก่อนจึงจะได้เรียนวิชาต่อได้ เรียกว่าการฝึก เดินขุม ตามตำแหน่งที่กำหนด

    ขุมสำหรับหัดย่างของครูแต่ละสำนักก็มีจำนวนต่างกัน บ้างใช้ 3 ขุม บ้าง 12 ขุม บ้าง 16 ขุม บ้าง 17 ขุม บางสำนักหัดเดินกันถึง 32 ขุมก็มี

    ฝึกย่างได้ถนัดถนี่แล้วก็จึงเริ่มฝึกท่าฟ้อนเชิงต่างๆ ที่มีลวดลายลีลาแตกต่างกันไป แต่ให้อรรถรสความสนุกสนานเร้าใจได้ไม่แพ้กัน

    บ้างฟ้อนเชิงเสร็จ ตบบ่าผาบข่มขวัญคู่ต่อสู้เสร็จก็หันกลับมาคว้าดาบคู่มือกระโจนเข้าต่อสู้กันอย่างน่าตื่นเต้น บางคนอวดลีลาฟ้อนคู่ไปกับการลองวิชาอาคมหนังเหนียว เอาดาบมาวางเรียงกันเป็นแถว หงายคมดาบขึ้นแล้วกลิ้งทับจนฝุ่นคลุ้งคนดูขวัญอ่อนก็หลับตาเบือนหน้าหนี แต่พอฝุ่นจางก็ยังเห็นช่างฟ้อนเชิงนั้นยังยิ้มได้ เหมือนเดิม ทั้งๆ ที่ดาบก็คม แต่ก็ไม่ระคายผิว

    จริงๆ แล้วการฟ้อนดาบเป็นที่นิยมของคนล้านนามาตั้งแต่อดีต นักรบในสมัยโบราณมักต่อสู้กันด้วยหอกดาบ ก่อนจะออกรบก็จะร่ายรำเพลงอาวุธเป็ฯการแสดงความเคารพและรำลึกถึงครูบาอาจารย์ นึกถึงวิชาที่ได้ฝึกฝนมา ทั้งยังเป็นการเตรียมร่างกายให้พร้อมและปลุกใจให้ฮึกเหิมพร้อมจะต่อสู้ ทั้งยังสร้างความอุ่นใจให้กับชาวบ้านอีกด้วย พอชนะศึกสงครามกลับมาก็จะร่ายรำอาวุธถวายเป็นพุทธบูชาอีกด้วย

    แม้ปัจจุบันการฟ้อนดาบจะไม่ได้ฝึกฝนกันเพื่อไปต่อสู้รบทัพจับศึกที่ไหนแล้วก็ตาม แต่หนุ่มน้อยทั้งหลายก็สมัครใจมาเรียนวิชากับพ่อครูกันมากมาย ดูแล้วก็น่าชื่นใจ บางคนยังเป็นนักเรียนชั้นประถมก็มาเรียนด้วยก็มี

   แต่บางครั้งสาวๆ หน้าใสก็ไม่ยอมน้อยหน้า พวกเธอก็ไปฝึกเรียนฟ้อนเชิง ฟ้อนดาบมาด้วยเหมือนกัน พอเห็นหนุ่มๆ กระโจนมาวาดลวดลายฟ้อนเชิงกันอยู่เต็มลานดิน เธอก็เยื้องย่างเข้ามาในชุดผ้าซิ่น บ้างอาจจะคาดเคียนแค่ผ้ามัดอกแต่ก็ฟ้อนเชิงสาวไหมด้วยลีลาอ่อนช้อย เรียกเสียงฮือฮาจากคนดูได้มากไม่แพ้กัน

      ฟ้อนสาวไหมนี้ แต่เดิมเรียกว่าฟ้อนแมงบ้ง มีกำเนิดมาจากการที่ตัวหนอนสาวไหมเพื่อทำรัง จะม้วนตัวไปมา ตามประวัติโบราณเล่าว่าพระมหาเถระผู้หนึ่งสามารถฟังภาษาสัตว์ได้เข้าใจ จึงนำเสียงหนอนสาวไหมทำรังขณะที่จะเป็นดักแด้มาแปลเป็นคาถา 9 กุ่ม คาถานี้จะช่วยป้องกันอันตรายต่างๆ ไม่ให้มากล้ำกราย การฟ้อนสาวไหมจึงเป็นการแสดงถึงการกล่าวคาถาที่คอยคุ้มป้องกันอันตรายให้กับมนุษย์ทุกคน

    การฟ้อนดาบ ฟ้อนเชิงนี้ เป็นศิลปะการแสดงที่เป็นศิลปะการต่อสู้ไปในตัว ดังนั้นนอกจากความสง่างามที่ปนไปกับความอ่อนช้อยนั้นแล้ว ท่วงท่าของการแสดงจึงดุดันเข้มแข็ง น่าดูยิ่งนัก และภาพที่น่ารักที่ใครๆ เห็นก็ต้องอมยิ้มกันทุกคนไปก็คือภาพของเด็กชายตัวน้อยหลายคนที่ตั้งอกตั้งใจร่ายรำ ทำหน้าเคร่งขรึมเกินวัย มือป้อมยามตบบ่าผาบเพียะพะก็แดงก่ำเพราะพ่อหนูตั้งใจตบตบให้เสียงดังเอาจริงๆ

    ภาพของเด็กน้อยเหล่านี้ ทำเอาผู้ใหญ่หลายคนน้ำตาริ้นขอบตา ทั้งดีใจทั้งชื่นใจที่ได้เห็น อย่างน้อยก็คงจะมีพ่อหนูเหล่านี้แหละกระมังที่จะสืบทอดมรดกล้านนาชิ้นนี้ให้ยาวนานสืบไป