กลับหน้าแรก สล่าล้านนา
กว่งไกวชายไหว ตามสายลม
                                 
 ธิตินัดดา  จินาจันทร์
รวมพล สล่าเมือง
lanna  wisdom School 
Artisan
Contact  Salah
About web site
Great Teacher of Craftsman
Tale of Lanna
About Salahlanna Group
Site  map
Lanna Trand
Lanna Art

บทความจากส่วนหนึ่งของหนังสือ บันทึกคนบันทึก
"หอมกลิ่นแผ่นดินเกิด"
มอเมือง  ภูมิปัญญาการรักษาพยาบาลแต่ดั้งเดิม
าดเมือง – กาดหมั้ว
ปลวประทีบไหว ใต้เงาโคม
วมบรรเลงเป็นเพลง ทำนองหวาน
กว่งไกวชายไหว ตามสายลม
ฟ้อนเชิงเชิง ฟ้อนหนุ่มล้านนา


ขอขอบพระคุณและเคารพรักในความเอื้อเฟื้อ
เพื่อสร้างสรรค์บทความอันมีคุณค่าแก่คนล้านนา
ธิตินัดดา  จินาจันทร์
                                                        

                                                  สล่า  วารินทร์  ใจจันทึก

Lanna Gallery

    ยามเช้าของวันพญาวัน อากาศร้อนอบอ้าวตั้งแต่เช้าตรู่ ศรัทธาทั้งหลายอุ้มสลุงขันดอก มุ่งหน้าไปวัดเพื่อทำบุญในวันสงกรานต์ ลูกเล็กเด็กแดงแย่งกันถือตุงสีสวยวิ่งนำหน้าไปไกล พอไปถึงวัดก็รีบจูงมือผู้ใหญ่ให้ไปดูกองเจดีย์ทรายที่มาขนกันไว้ตั้งแต่เย็นวาน บ้างก่อกองทรายเป็นรูปเจดีย์ประดับดอกไม้จำปี จำปาไว้สวยงาม บ้างก็ทำเป็นรูปปราสาทเหมือนในหนังฝรั่ง บ้างก็เขียนชื่อตัวเองลงไปด้วยกันลืม

     ผู้ใหญ่แจกจ่ายตุงที่ถือมาให้ทุกคนช่วยกันปักตุงลงบนกองทราย ตุงหลายสีตัดเป็นรูปคนมีแขนมีขา บ้างตัดเป็นช่อชั้นห้อยระย้าเรียกกันว่าตุงไส้หมู บ้างมีรูปช้างรูปม้า วาดลงบนกระดาษว่าวสีขาวตามรูปนักษัตร พอลมร้อนพัดโชย ตุงกระดาษว่าวก็ไหวชายล้อลม

   เด็กๆ มักจะสงสัยว่าทำไมตุงมีมากมายหลายชนิด หลายประเภท ใบตองใบมะพร้าวที่สานเป็นผืนแล้วห้อยอยู่ตรงประตูทางเข้าวัดนั่นก็เรียกว่า ตุงตองสด แผ่นไม้ข้างวิหารแกะสลักลวดลายวิจิตรก็เรียกว่า ตุงกระด้าง บางทีผืนผ้าที่ทอยาวๆ เป็นรูปสัตว์ทั้ง 12 ราศีก็เรียกว่า ตุงผ้า ดูแล้วก็สงสัยว่าทำไมนะ ทั้งๆ ที่ขึ้นชื่อว่าตุงเหมือนกัน แต่ถึงใช้งานไม่เหมือนกัน

     ตุงไส้หมู ตุงผ้า ตุงกระด้าง เอาไว้ใช้ในงานมงคล แต่ทำไม ตุงสามหาง ตุงแดง ถึงใช้กับงานอวมงคล หรืองานศพ แล้วทำไมตุงต้องมีลักษณะยาวลงมาคล้ายกัน คำถามเรื่องตุงดูเหมือนจะหลั่งไหลมาไม่จบไม่สิ้นในความคิดของเด็กน้อย

     มีตำนานในคัมภีร์อธิบายไว้ว่า เมื่อครั้งที่พระสัพพัญญูพระพุทธเจ้าทั้ง 5 พระองค์ลงมาเกิดในท้องแม่กาเผือก แล้วได้เกิดพายุใหญ่พัดรังกาแตกกระจายไปในวันนั้น ไข่กาทั้ง 5 ฟองก็มีอันพลัดพรากจากกัน ตกลงในลำน้ำ ก็มีแม่สัตว์ทั้ง 5 คือ แม่ไก่ แม่นาค แม่เต่า แม่โค และหญิงซักผ้ามาพบแล้วเก็บไข่ทั้ง 5 นั้นไปเลี้ยง ไข่แตกออกมาเป็นลูกมนุษย์ 5 คน พอเติบโตเป็นหนุ่มก็ได้ออกบวชไปบำเพ็ญภาวนาในป่า ทั้ง 5 มาพบกันโดยบังเอิญ ถามไถ่กันแล้วก็รู้ว่าเป็นพี่น้องกันจึงคิดจะทำบุญอุทิศส่วนกุศลไปให้แม่ผู้ให้กำเนิดตน ต่างคนต่างก็ทำตุงตามสัญลักษณ์ของผู้ที่เลี้ยงตนมา

    พระกกุสันธะทำเป็นรูปไก่ พระโกนาคมนะทำเป็นรูปนาค พระกัสสปะทำเป็นรูปเต่า พระโคตมะทำเป็นรูปวัว และพระอริยเมตไตรยทำเป็นรูปค้อนสำหรบทุบผ้า อันหมายถึงสัญลักษณ์ของคนซักผ้าแล้วนำไปถวายเป็นพุทธบูชา แต่กุศลนั้นไม่ถึงพ่อแม่ที่แท้จริง แม่กาเผือกซึ่งไปเกิดเป็นท้าวพกาพรหมจึงลงมาบอกให้ลูกๆ จุดประทีป ทำไส้เป็นรูปตีนกาจึงจะอุทิศส่วนกุศลไปให้ได้

    ดังนั้น ส่วนประกอบตางๆ ของตุง จึงมีความหมายถึงพระพุทธเจ้าทั้ง 5 พระองค์ กล่าวคือ หัวตุงแทนไม้ซักผ้าคือพระอริยเมตไตรย รูปไก่และส่วนบนของหัวตุงแทนไก่ คือพระกกุสันธะ รูปนาคคือลำตัวที่ยาวของตุงและใบไฮนั้นแทนนาค คือพระโกนาคมนะ ส่วนลวดลายตารางเกล็ดเต่านั้นแทนเต่าคือพระกัสสปะ และหมากตาวัว หรือลูกกลมประดับตุงนั้นแทนวัว คือพระโคตมะ ตุงจึงมีความหมายในทางพุทธศาสนา เป็นเครื่องหมายแห่งกำลังใจ ทำให้เกิดความกล้าหาญและสร้างความสามัคคีในหมู่มนุษย์ทั้งหลาย

     ตุงนั้นทำมาจากวัสดุหลายประเภท ทั้งผ้าหรือฝ้าย ไม้ กระดาษ หรือโลหะก็ได้ การทำตุงแต่ละประเภทจะยากง่ายขึ้นอยู่กับวัสดุและลวดลาย ยิ่งคิดยิ่งทำ ยิ่งแต่งเติมมากเท่าไหร่ ลวดลายของตุงก็หลากหลาย สวยงามมากขึ้นเรื่อยๆ

   หากจะจำแนกตุงตามประเภทการใช้งานก็จะมีหลากหลาย ทั้งใช้เป็นตุงประดับตกแต่งสถานที่ยามมีงานปอย เพื่อให้เกิดความสวยงาม หรืออาจจะใช้เป็นเครื่องนำทางไปสู่บริเวณงานก็ยังได้ ตุงประเภทนี้มักจะได้แก่ ตุงไชย ตุงกระด้าง เป็นต้น

    ตุงอีกประเภทหนึ่ง คือ ตุงที่ใช้ในพิธีกรรม ซึ่งก็มีทั้งพิธีกรรมงานมงคล อันได้แก่ ตุงค่าคิง ที่จะทำตุงให้ยาวเท่ากับความสูงของเจ้าของ ใช้ในงานสืบชะตา ตุงไส้หมู ตุงตั๋วเปิ้ง หรือ ตุงสิบสองราศี เป็นต้น

     ส่วนตุงที่ใช้ในงานอวมงคลก็ได้แก่ ตุงเหล็กตุงตอง เป็นตุงที่ใช้เหล็กทำ ทาด้วยสีเงินสีทอง ใช้ประกอบพิธีกรรมอุทิศส่วนกุศลแก่ผู้ที่เสียชีวิต ตุงแดง เป็นตุงสีแดงที่ใช้ในพิธีสูตรถอนวิญญาณคนตายผิดปกติ เช่น ตายเพราะอุบัติเหตุต่างๆ เป็นต้น ก็จะปักตุงแดงนี้ลงบนกองทรายใกล้กับบริเวณที่มีคนตาย นอกจากนั้นยังมีตุงอีกประเภทที่ใช้ในงานอวมงคล คือ ตุงสามหาง เป็นตุงที่ใช้นำหน้าศพไปสุสาน โดยจะมีปู่อาจารย์เป็นผู้แบกตุงสามหางนำขบวนศพ ตุงสามหางจะมีรูปร่างเหมือนคนแต่ตั้งแต่เอวลงไปจะเป็น 3 แฉก เรียกว่า 3 หาง

     บ้างว่าหางทั้ง 3 นั้นเป็นเครื่องสะท้อนให้เห็นถึงไตรลักษณ์ ความไม่เที่ยงของสังขาร คือ อนิจจัง ทุกขัง อนัตตา แต่บ้างก็ว่าหมายถึงกุศลมูล 3 บ้าง อกุศลมูล 3 บาง แต่ความหมายที่แท้จริงของคนโบราณนั้นจะเป็นอย่างไรก็ไม่แน่ชัด แต่ก็มีความเชื่อว่าตุงสามหางจะเป็นเครื่องนำทางผู้ตายไปสู่สวรรค์

     ตุงอีกประการหนึ่งคือตุงที่ใช้ในการเทศน์ ในพิธีตั้งธรรมหลวง หรือเทศน์มหาชาติในเดือนยี่เป็ง หรือเดือนสี่เป็งโดยจะปักตุงในกัณฑ์เทศน์ หรือประดับตามอาคารที่มีการเทศน์ ตุงเหล่านี้จะได้แก่ ตุงดิน ตุงไม้ ตุงเหียก ตุงเงิน ตุงคำ ตุงข้าวเปลือก ตุงข้าวสาร ตามคติความเชื่อของคนล้านนานั้นเชื่อว่าถ้าทำตุงประกอบการเทศน์เพื่อถวายเป็นพุทธบูชาแล้วจะได้อานิสงส์มาก

     ชีวิตของคนล้านนาผูกพันกับตุงมาตั้งแต่เด็กจนถึงในยามที่ต้องละสังขารเลยทีเดียว ชายตุงที่สะบัดแกว่งไกวยามลมพัดไหวก็เหมือนจะน้อมนำให้ใจสุขสงบ ร่มเย็น ตุงจึงไม่ได้เป็นเพียงศิลปหัตถกรรมของล้านนาแต่เพียงโสดเดียว แต่ยังเป็นเครื่องหมายแห่งกำลังใจ ทำให้จิตใจกล้าหาญและสร้างความสามัคคีในหมู่มนุษย์ทั้งหลายอีกด้วย