|
กาดเมือง-กาดหมั้ว
ธิตินัดดา จินาจันทร์ |
|||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||
|
บทความจากส่วนหนึ่งของหนังสือ บันทึกคนบันทึก "หอมกลิ่นแผ่นดินเกิด" หมอเมือง ภูมิปัญญาการรักษาพยาบาลแต่ดั้งเดิม กาดเมือง – กาดหมั้ว เปลวประทีบไหว ใต้เงาโคม ร่วมบรรเลงเป็นเพลง ทำนองหวาน แกว่งไกวชายไหว ตามสายลม ฟ้อนเชิงเชิง ฟ้อนหนุ่มล้านนา
|
|||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||

คำว่า “กาด” ก็คือ “ตลาด” หมายถึงสถานที่แลกเปลี่ยนค้าขายสิ่งของทั้งของกินของใช้ กาดมีหลายประเภท กาดเช้า คือตลาดนัดที่พ่อค้าแม่ขายจะนำเอาข้าวของ เช่น อาหาร เนื้อสัตว์ พืชผักมาขายกันเฉพาะในเวลาเช้ามืด พอถึงเวลาสายก็แยกย้ายกันกลับบ้าน เรียกว่า ตลาดวาย กาดแลง ก็คือตลาดนัดที่ขายกันเฉพาะช่วงบ่ายถึงเย็น ถ้าหากกาดไหนมีพ่อค้าแม่ขายเอาอาหารมานั่งขายกันตั้งแต่เช้าถึงเย็น ขายกันตลอดทั้งวัน เราก็เรียกว่า กาดเลิง คำว่าเลิงก็คืออาการที่ทำอะไรต่อเนื่องไป ไม่จบไม่สิ้นง่ายๆ เช่น ถ้าหนุ่มคนไหนชอบเที่ยวเฮฮาตามงานมหรสพ ไม่ยอมกลับบ้านกลับช่อง ก็จะถูกเรียกว่าเป็น “บ่าวน้อยเลิงปอย” แต่ด้วยความสนุกสนานของงานปอย บางทีก็ทำให้ “บ่าวเฒ่า” ไปเลิงปอยกับเขาได้ด้วยเหมือนกัน
กลับมาถึงกาดของเราต่อ บางหมู่บ้านอาจจะนัดแนะกันจัด กาดวัวกาดควาย ขึ้นในหมู่บ้าน อาจจะเป็นเดือนละครั้งซึ่งจะเป็นกาดนัดขนาดใหญ่พอสมควร มีข้าวของนานาให้เลือกซื้อเลือกหา รวมไปถึงวัว และควายอีกด้วย ไม่ได้ขายกันเป็นกิโลหรือเป็นชิ้นๆ แต่เขาขายกันเป็นตัวๆ กาดวัวกาดควายจะเริ่มขายกันตั้งแต่เช้ามืด จุดตะเกียงวอมแวม เสียงต่อรองราคาดังเอะอะมะเทิ่งกันตั้งแต่แสดงอาทิตย์ยังไม่พ้นขอบฟ้าเลยทีเดียว ชื่อก็บอกอยู่แล้วว่าเป็นกาดวัวกาดควาย แต่บางทีก็มีคนเอามอเตอร์ไซค์เก่ามาขายด้วยเหมือนกัน
กาดต่อมา เป็นกาดที่ใครๆ คุ้นหู ได้ยินกันบ่อย บางคนเรียก “กาดมั่ว” เรียกไปก็ให้สงสัยไปว่าทำไมมันถึงมั่ว แต่ในความเป็นจริงแล้ว คนเมืองเราเรียกว่า “กาดหมั้ว” คนต่างถิ่นต่างเมืองมักจะออกเสียงนี้ไม่ได้ ลำบากนักก็แปลงออกเสียงเป็น กาดมั่ว ไปเสียเลย
กาดหมั้วก็คือกาดที่ขายข้าวของสินค้า อาหารสารพัน ขายกันตั้งแต่เช้าจรดเย็น ในงานสืบสานล้านนาทุกปีที่ผ่านมา กาดหมั้วถือเป็นนางเอกของงานเลยทีเดียว ใครจะขายหมี่คั่ว แกงเมือง ข้าวเหนียว ไส้อั่ว ก็ขนกันมาตามสะดวก บางเจ้าก็ปิ้งไส้อั่วควันโขมง ส่งกลิ่นหอมฉุย บางเจ้าคั่วเม็ดมะยาม เม็ดมะมื่น เม็ดบ่ก่อ ในกระทะใบใหญ่ ใครมาซื้อก็ตักขายใส่กระทงใบตองที่เรียกว่า “ควัก” ขายกันควักละ 5 บาท 10 บาท เอาไปเคี้ยวเล่น ใครหิวน้ำก็เร่ไปดูที่ร้านขายน้ำ มีน้ำทำจากสมุนไพรมากมาย ทั้งน้ำตะไคร้ น้ำเก๊กฮวย น้ำลำไย น้ำกระเจี๊ยบ ขายใส่กระบอกไม้ไผ่ เวลาดื่มก็จะได้ทั้งรสหวานและกลิ่นหอมของกระบอกไม้ไผ่ปนเปไปกับกลิ่นสมุนไพรหอมชื่นใจ
เลือกหาของกินกันจนอิ่มหนำสำราญดีแล้ว ใครจะเดินดูของก็เดินกันต่อไป ซิ่นตีนจกผืนงามก็มีมาให้เลือกซื้อเลือกหากันมากมายละลานตา ผ้าถุงลายเรียบสีสวยดึงดูดใจสาวรุ่นให้อยากนุ่งขึ้นมาติดหมัด ยิ่งใส่คู่กับเสื้อฝ้ายเนื้อโปร่ง คีบรองเท้าแตะพื้นบ้าน เด็ดดอกไม้หอมทัดมวยผมแล้ว สาวๆ วัยรุ่นก็คงอยากจะสลัดกางเกงยีนส์มานุ่งผ้าซิ่นกันบ้างไม่น้อย
ใครที่พาลูกเด็กเล็กแดงมาเที่ยวงาน ก็คงจะอดที่จะอุดหนุนของเล่นจากธรรมชาติที่พ่ออุ๊ยแม่อุ๊ยมานั่งเหลา มานั่งบรรจงแต่งนั้นไม่ได้ ลูกข่างทำจากไม้ก็ดี นกหวีดเป่าแล้วส่งเสียงดังไปไกลนั่นก็ดี หรือกะโหลกกะลาเอามาทำเป็นของเล่นแปลกตา ไม่มาหาซื้อในงานนี้ก็คงไม่รู้จะไปหาได้จากไหนแล้วในปัจจุบัน
แม่ค้าบางเจ้านั่งขายบุหรี่ขี้โยพันใบตอง กระทงใบตองสีเขียวเข้มมีดอกจำปีจำปาส่งกลิ่นหอมโชยมาแตะจมูก บางคนเอารถถีบสมัยคุณปู่ยังหนุ่มมาตั้งโชว์เรียงรายหลายคัน มีคนอยากซื้อก็ไม่อยากจะขาย แต่ถ้าลูกค้าคนไหนคุยด้วยแล้วถูกใจก็ตกปากรับคำขายให้เสียง่ายๆ อย่างนั้นก็มี
แดดเริ่มร้อน แสงเริ่มส่องลงมาจ้าจัด ร่มแดงคันใหญ่ก็กางกั้นไม่ให้แดดส่องมากระทบ มองดูไกลๆ ก็เห็นร่มสีแดงกางสลอนตัดกับหญ้าทั้งเขียวและเหลืองเต็มลาน
พอตกค่ำบรรดาพ่อค้าแม่ขายก็จุดตะเกียงจุดเทียนกันวอมแวม แม่ค้ายาดองดูจะมีเสน่ห์กว่าใครเพื่อน หนุ่มๆ ทั้งหนุ่มจริงๆ และแก่จริงๆ ต่างพากันไปนั่งชุมนุมกันหน้าร้านยาดองเหล่า ยกแก้วยาดองขึ้นจิบไปพลางหยิบมะขามสด มะม่วง มะยมจิ้มเกลือแกล้มไปพลาง คงจะหวังให้ความเปรี้ยวของผลไม่มันไปดับความเปรี้ยวปากที่มีมาตั้งแต่วัน
แม่ค้าคั่วหามี่ยังขายดิบขายดีตามเคย ยิ่งใกล้จะเลิกงานก็ยิ่งตักให้หนักมือ อากาศร้อนอบอ้าวตอนกลางวันหายไปแล้ว เหงื่อที่เคยผุดเต็มหน้าเมื่อตอนกลางวันเหือดไปหมดแล้ว ลมเย็นๆ โชยมาต้องตัวทำให้เย็นขึ้นมาก รอยยิ้มที่ยิ้มออกมาก็ช่างเป็นรอยยิ้มที่สดใส ภายใต้แสงตะเกียงแสงเทียนที่ส่งแสงวอมแวม จึงเห็นแต่ใบหน้าเปื้อนยิ้มทั้งคนขายคนซื้อ
ก็มีความสุขกันอย่างนี้นี่เอง กาดหมั้วถึงได้มีเสน่ห์ไม่มีวันจาง