|
หอมกลิ่นแผ่นดินเกิด
ธิตินัดดา จินานจันทร์ |
|||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||

นับจากอดีตอันยาวนาน ประวัติศาสตร์ที่ผ่านพ้นไปหน้าแล้วหน้าเล่า ณ ดินแดนที่ซุกซ่อนตัวอยู่ท่ามกลางขุนเขาใหญ่สลับซับซ้อน ผู้คนบนผืนแผ่นดินนี้ได้ดำรงชีวิตอยู่อย่างเรียบง่ายวันแล้ววันเล่า เกิดการลองผิดลองถูกมากมายเพื่อให้ชีวิตได้ดำรงอยู่ต่อไป
จากกรวดทรายกลายเป็นภาชนะเครื่องใช้ จากเส้นใยกลายเป็นผืนผ้า ทุกสิ่งทุกอย่างที่เกิดขึ้นล้วนแต่เป็นภูมิปัญญาในการจัดการให้ชีวิตนี้ได้ดำรงอยู่ต่อไป และจากเพียงแค่การอยู่รอดก็กลายเป็นการสร้างอารยธรรมของกลุ่มชน
บนแผ่นดินล้านนาก็มีวิวัฒนาการแห่งชีวิต เฉกเช่นเดียวกับแผ่นดินอื่นๆ เช่นกัน บนผืนแผ่นดินนี้ประกอบไปด้วยหลายชนเผ่าต่างภาษา ต่างวัฒนธรรม แต่ก็สามารถผสานกลืนกลายให้เป็นหนึ่งเดียวมาได้ตั้งแต่โบราณกาล แลได้สร้างวัฒนธรรมของตนขึ้นมา ไม่ว่าจะเป็นภาษาที่ใช้พูดใช้เขียนล้วนแต่บ่งบอกถึงความภาคภูมิใจในวัฒนธรรมของตน
ภาษาได้สร้างสิ่งต่างๆ ตามมามากมาย นับตั้งแต่ถือกำเนิดมาเป็นคน เราก็ได้รู้จักกับเสียงของแม่ที่เปล่งออกมาเพื่อขับกล่อม ได้รับฟังนิทานเรื่องเล่าต่างๆ มากมายจนกระทั่งอ่านออกเขียนได้ และจนถึงแม้ชีวิตจะดับลับไป ชีวิตมนุษย์ก็ไม่เคยหลีกพ้นวรรณกรรมที่กล่อมเกลาจิตใจคนให้อ่อนเบาสุขสงบได้เลย
ความพยายามที่จะดำรงชีพอยู่ของมนุษย์นั้น ได้ก่อให้เกิดสิ่งประดิษฐ์ต่างๆ มากมาย ล้วนแล้วแต่สัมพันธ์กับธรรมชาติอย่างกลมกลืน เพราะคติความเชื่อที่ถ่อมตัว มองเห็นคนคือส่วนหนึ่งของธรรมชาติ คนในแผ่นดินนี้จึงให้ความเคารพนับถือธรรมชาติมาตั้งแต่อดีต และแสดงออกโดยผ่านพิธีกรรม ความคิดความเชื่อต่างๆ หลากหลาย ด้วยเหตุนี้ แม้แต่ลายซิ่นตีนจกก็ดี ตุงที่ไหวชายล้อลมก็ดี ผางประทีปโคมไฟที่ส่องให้แสงสว่างนวลก็ดี หรือแม้แต่หน้ากลองที่ตีลงไป ล้วนแล้วแต่แฝงความคิดความเชื่อและแรงศรัทธาอยู่ในนั้นทั้งมวล
แม้ว่าในยุคปัจจุบัน ความเจริญทางเทคโนโลยีจะไหล่ามารุกล้ำมากมายเพียงใด แต่ดินแดนล้านนาก็ไม่เคยขาดผู้คนที่รักในรากเหง้าของตนและพร้อมจะอุทิศตนเพื่อสืบทอดวัฒนธรรม ภูมิปัญญาตั้งแต่อดีตให้กับคนในยุคต่อมา
“พ่อครู แม่ครู” เป็นคำเรียกที่แสดงถึงความยกย่องนับถือบุคคลผู้เป็นเอตทัคคะ ผู้เชียวชาญในด้านใดด้านหนึ่งเป็นพิเศษ ไม่ว่าจะเป็นทางด้านศิลปหัตถกรรมก็ดี ศิลปะการดนตรี นาฏศิลป์ก็ดี หรือศิลปวัฒนธรรมก็ดี พ่อครูแม่ครูที่ยังคงหลงเหลืออยู่บนผืนแผ่นดินนี้ล้วนแล้วแต่เป็นผู้ที่มีความสามารถ มีคุณค่ายิ่งที่ควรรู้จักและระลึกถึง พ่อครูแม่ครูบางท่านอาจจะล่วงเข้าสู่วัยชรา อ่อนแรงอ่อนกำลังลงไปมากแล้ว แต่หัวใจก็ไม่เคยอ่อนแอยอมแพ้ต่อสิ่งใดเลย
ในทุกๆ พื้นที่ของผืนแผ่นดินนี้ ย่อมจะมีนดีผู้เป็นเอตทัคคะเช่นนี้อยู่ทั่วไป หากแต่ว่าผู้คนอาจจะหลงลืมหรือไม่เห็นค่า หากลองก้าวเดินช้าลงสักนิด เหลียวมองผู้ที่มีความสามารถที่อยู่รอบตัว ก็อาจจะรู้ว่ามีผู้ที่ควรค่าแก่การเคารพนับถืออยู่ใกล้ๆ อีกหลายท่านทีเดียว
การมีชีวิตอยู่เป็นเรื่องน่าอัศจรรย์ แต่มีชีวิตอยู่เป็นกลุ่มชนแลได้สร้างสมวัฒนธรรมไว้จนเป็นรากเหง้าของแต่ละชนเผ่านั้นเป็นเรื่องที่น่าอัศจรรย์ใจยิ่งกว่า การเติบใหญ่ในแผ่นดินแต่ละผืนจึงไม่ได้เป็นเรื่องที่จะใช้เวลาเพียงชั่วลัดนิ้วมือ หากแต่อาศัยวันเวลาอันยาวนานและสืบสายกันเป็นทอดๆ จากรุ่นหนึ่งสู่อีกรุ่นหนึ่งอย่างไม่มีวันจบสิ้น
เหมือนดั่งสายน้ำที่ไหลเอื่อยไปตามลำธารที่ทอดยาวไปไกลลิบ และไม่เคยขาดช่วงแม้จะผ่านเกาะแก่งมากมายเพียงใดก็ตามที
![]()
ขอขอบพระคุณและเคารพรักในความเอื้อเฟื้อ
เพื่อสร้างสรรค์บทความอันมีคุณค่าแก่คนล้านนา
คุณ ธิตินัดดา จินานจันทร์
สล่า วารินทร์ ใจจันทึก