

1. ประวัติครอบครัว
นายสิงห์แก้ว มโนเพ็ชร์ เกิดที่บ้านนันทาราม ตำบลหายยา อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่
เมื่อวันที่ 5 พฤศจิกายน พ.ศ. 2462 บิดาชื่อ นายคำแสน มารดาชื่อ นางอิ่นคำ มโนเพ็ชร์ มีพี่น้อง 3 คนคือ
๑. นายเหลา มโนเพ็ชร์
๒. นางศรีนวล มโนเพ็ชร์
๓. นายสิงห์แก้ว มโนเพ็ชร์
นายสิงห์แก้ว มโนเพ็ชร์ สมรสกับนางต่อมคำ ณ เชียงใหม่ มีบุตร 7 คน คือ
๑. นางสุภาณี มโนเพ็ชร์
๒. นายจรัล มโนเพ็ชร์
๓. นายนิคม มโนเพ็ชร์
๔. นายไพศาล มโนเพ็ชร์
๕. นายกิจจา มโนเพ็ชร์
๖. นายคันถ์ชิต มโนเพ็ชร์
๗. นายเกษม มโนเพ็ชร์
ที่อยู่ปัจจุบัน
150/74 หมู่บ้านอมรนิเวศน์ ซอยมิตรสัมพันธ์ ถนนหางดง-ฮอด กม.7 จังหวัดเชียงใหม่
2. ประวัติการศึกษา
ได้รับการศึกษาครั้งแรกที่วัดฟ่อนสร้อย ใกล้ประตูเชียงใหม่ ด้วยการบวชเรียนเป็นสามเณร บวชได้เพียง 2 พรรษา ก็มีความรู้ความสามารถอ่านอักขระลานนา ได้เป็นอย่างดี ต่อจากนั้นจึงเข้าศึกษาต่อชั้นประถมศึกษาที่โรงเรียนอนุสารสุนทรเรื่อยมา จนกระทั่งจบการศึกษาในระดับมัธยมศึกษาปีที่ 4 จากโรงเรียนสรรพวิชาทางลัดเชียงใหม่เมื่อปี พ.ศ. 2477 ขณะที่บวชเณรอยู่นั้น นายสิงห์แก้ว มโนเพ็ชร์ ฝึกฝนเรียนการตัดตุง ทำโคมที่วัด แล้วจึงเริ่มศึกษาการทำ จดจำลวดลาย เก็บลวดลายต่างๆ ที่ท่านตัดไว้มาศึกษาด้วยตนเอง จนสามารถเรียนรู้งานศิลปะด้านนี้ได้อย่างรวดเร็ว
3. ประวัติการทำงาน
นายสิงห์แก้ว มโนเพ็ชร์ เริ่มเข้าทำงานในหน่วยงานของกรมทางหลวง เมื่ออายุ 35 ปี ในหน้าที่ช่างฝีมือจนกระทั่งเกษียณอายุ ในช่วงระยะเวลา 30 ปี ที่ทำงานอยู่ในหน่วยงานของกรมาทางหลวงนี้ นายสิงห์แก้ว ก็ยังคงประดิษฐ์ผลงานด้านการทำตุง ทำโคมต่างๆ ออกมาอยู่เรื่อยๆ อย่างไม่ยอมละทิ้ง งานส่วนใหญ่จัดทำขึ้นใช้ในพิธีกรรมต่างๆ เช่น ทำตุงสามหางในงานศพ ทำโคมในงานบุญ ล้วนเป็นงานที่ผู้มาขอร้องโดยไม่มีสินจ้างตอบแทน
นอกจากนี้นายสิงห์แก้ว ยังคงมีความสามารถในด้านการวาดภาพต่างๆ บนร่ม ซึ่งเป็นอาชีพก่อนที่จะเข้าทำงานในหน่วยงานของกรมทางหลวง เมื่อวาดเสร็จก็จะนำส่งให้ร้านค้านำออกจำหน่ายและมีคนมาจ้างให้ช่วยวาดเป็นจำนวนมาก จนเกือบไม่มีเวลาว่าง
ในด้านการทำตุงนั้น ลวดลายต่างๆ ที่นายสิงห์แก้ว มโนเพ็ชร์ ประดิษฐ์ ประดอยไว้บนตุงมีความงดงามอย่างยิ่ง ทั้งนี้เกิดจากฝีมือที่กลั่นออกมาจากความตั้งใจอย่างเต็มที่ ในการที่จะสร้างสรรค์ผลงานทุกชิ้นให้ออกมาดีที่สุด เป็นที่จับตาจับใจ ผู้พบเห็นอย่างแท้จริง
ปัจจุบันนายสิงห์แก้ว มโนเพ็ชร์ เป็นวิทยากร สอนเกี่ยวกับการตัดลายกระดาษ ช่อตุงและโคมล้านนา และเป็นวิทยากรให้ความรู้เกี่ยวกับ คำสอน และประเพณีวัฒนธรรมล้านนา แก่ผู้สนใจทั่วไป และยังเป็นที่ปรึกษาชมรมฟื้นฟูกวีล้านนาไทย
4. ความดีความชอบ / รางวัลหรือเกียรติคุณที่ได้รับ
4.1 รางวัล / โล่ / เหรียญ / เกียรติบัตรต่างๆ
พ.ศ. 2533 ตัดลายกระดาษถวายพระที่นั่งสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ
พ.ศ. 2533 ได้รับโล่จากศูนย์วัฒนธรรม สถาบันราชภัฏเชียงใหม่ในฐานะบุคคลผู้มีผลงานดีเด่นทางวัฒนธรรมระดับจังหวัดเชียงใหม่
พ.ศ. 2541 ได้รับโล่จากสโมสรไลออนส์เชียงใหม่ในฐานะเป็นศิลปินผู้สืบสานศิลปะล้านนา ทางด้านตุง โคม และภาษาท้องถิ่น ประจำปี 2540-2541
พ.ศ. 2544 ได้รับรางวัลราชมงคลสรรเสริญ สาขาทัศนศิลป์ จากสถาบันเทคโนโลยีราชมงคล วิทยาเขตภาคพายัพ จังหวัดเชียงใหม่
พ.ศ. 2545 ได้รับโล่จากสำนักศิลปวัฒนธรรม สถาบันราชภัฏเชียงใหม่ ในฐานะเพชรราชภัฏ – เพชรล้านนา
4.2 ผลงานที่ปรากฏ
เป็นวิทยากรสอนตัดช่อตุง-โคมยี่เป็ง ให้กับสถาบันต่างๆ เช่น มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ สถาบันราชภัฏเชียงใหม่ มหาวิทยาลัยพายัด และโรงเรียนอื่นๆ ทั้งในจังหวัดเชียงใหม่และต่างจังหวัด และยังได้แสดงผลงานต่างๆ เช่น
- แสดงสาธิตการทำโคมตุงในงานกระโดดร่มแห่งชาติ ปี 2530
- แสดงสาธิตการตัดกระดาษทำตุง-โคม ณ หอคำไร่แม่ฟ้าหลวง จังหวัดเชียงราย ปี 2532
- แสดงสาธิตการทำตุงและโคม งานกีฬาแห่งชาติจังหวัดเชียงใหม่ ปี 2533
- เป็นผู้สาธิตภูมิปัญญาล้านนาโคมตุงในการประชุมลูกเสือโลก ปี 2545-2546
ผลงานการสร้างสรรค์การสืบสาน นายสิงห์แก้ว มโนเพ็ชร์ ได้สร้างสรรค์งานด้านโคม ตุงล้านนา โดยได้พัฒนาลวดลายโบราณให้สวยงามมากขึ้น และได้คิดออกแบบลวดลายประดับตกแต่งขึ้นเองให้เหมาะสมกับสิ่งประดิษฐ์ต่างๆ ได้ดี อีกทั้งยังได้พัฒนารูปแบบการผลิตโคม-ตุง ล้านนาให้ทำได้ง่ายขึ้นต่างจากอดีต
นายสิงห์แก้ว เป็นนักประดิษฐ์และออกแบบ โคมหรือตุงของนายสิงห์แก้วจึงมีลักษณะเป็นเอกลักษณ์โดดเด่นกว่าที่อื่น ด้วยความประณีตและเยือกเย็น จึงทำให้ผลงานที่ผลิตขึ้นทุกชิ้นเป็นที่ต้องการของคนทั่วไป
5. ผลงานดีเด่นที่สมควรได้รับการยกย่อง
นายสิงห์แก้ว มโนเพ็ชร์ เป็นตัวอย่างของผู้สูงอายุชาวล้านนาผู้มีความรอบรู้ในศิลปวัฒนธรรมพื้นบ้านและคงมีวิถีชีวิตของชาวล้านนา มีความโอบอ้อมอารี มีวาจาสุภาพนุ่มนวล งานหัตถศิลป์พื้นบ้านที่นายสิงห์แก้ว มโนเพ็ชร์ มีความชำนาญนั้นเป็นเรื่องการทำธงชนิดต่างๆ แต่ละชนิดใช้ในพิธีกรรมและประเพณีต่างๆ ของภาคเหนือ การทำโคมชนิดต่างๆ ก็เช่นกัน งานที่ทำด้วยใจรักและทำอย่างประณีตนี้ เป็นงานที่ทำขึ้นเพื่อใช้ในแต่ละครั้งโดยเฉพาะกระดาษและโครงไม้ไผ่และไม่อาจเก็บไว้ได้นานปี แต่ก็เป็นหัตถศิลป์พื้นบ้านที่สูงค่า และไม่อาจผลิตได้ทั่วไป นอกจากผู้รู้ทำขึ้นด้วยใจรักและเสียสละเท่านั้น เป็นการเอื้อเฟื้อกันด้วยน้ำใจโดยมิได้หวังสิ่งตอบแทน
นายสิงห์แก้ว มโนเพ็ชร์ เป็นทั้งศิลปินพื้นบ้านผู้มีความสามารถประดิษฐ์ธงต่างๆ ตามแบบล้านนาไม่ว่าจะเป็นตุงไชย ช่ออ้าง ตุงสามหาง ตุงค่าคิง ตุงไส้หมู ตลอดจนโคมชนิดต่างๆ ทั้งโคมชัก โคมแขวน โคมผัด หลายรูปแบบที่นิยมจุดเป็นพุทธบูชาในเทศกาลสำคัญและประดับตกแต่งมณฑลพิธีในงานต่างๆ จึงได้รับเชิญไปแสดงผลงานบ่อยครั้ง อาทิ แสดงการสาธิต ณ หอคำไร่แม่ฟ้าหลวง เพื่อรับเสด็จสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ เมื่อทรงนำคณะนักเรียนโรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้าฯ ทัศนศึกษาจังหวัดเชียงราย เมื่อ พ.ศ. 2532 และร่วมงานเผยแพร่วัฒนธรรมของศูนย์วัฒนธรรมจังหวัดเชียงใหม่ วิทยาลัยครูเชียงใหม่ เมื่อนำไปแสดงตามภาคต่างๆ บ่อยๆ นอกจากจะสามารถสาธิตงานทางหัตถศิลป์พื้นบ้านแล้ว นายสิงห์แก้ว มโนเพ็ชร์ ยังสามารถอิบายถ่ายทอดความรู้ทั้งในเรื่งการอ่านการเขียนอักขระล้านนา การเล่นซึง เครื่องดนตรีล้านนา การเล่าค่าว แต่งค่าว ตลอดจนการประกอบพิธีร้องขวัญเป็นที่ชื่นชอบของผู้ที่มาเยี่ยมชมงานเผยแพร่วัฒนธรรมล้านนาของศูนย์วัฒนธรรมจังหวัดเชียงใหม่ วิทยาลัยครูเชียงใหม่เป็นอย่างยิ่ง นอกจากนี้ยังเคยร่วมการแสดงการสาธิตศิลปะการทำธงการตัดกระดาษ ทำโคมกระดาษในวาระสำคัญๆ บ่อยครั้ง อาทิ งานกีฬาแห่งชาติที่จังหวัดเชียงใหม่เป็นเจ้าภาพ เมื่อ พ.ศ. 2533 และงานระดับชาติ เช่น กระโดดร่มนานาชาติ เมื่อ พ.ศ. 2530 ระหว่างที่มีการสาธิตนั้น เมื่อมีผู้สนใจศิลปะการตัดกระดาษเป็นลวดลาย นายสิงห์แก้ว จะยินดีสอนให้โดยไม่ปิดบัง ด้วยเกรงว่าศิลปะนี้จะสูญหายไปเพราะเป็นงานที่ต้องมีใจรัก และไม่อาจใช้ประกอบอาชีพได้เนื่องจากเป็นงานทางวัฒนธรรมที่ทำให้แต่ละโอกาสเท่านั้น
5.1 ด้านคุณธรรม ความซื่อสัตย์สุจริต และศรัทธาในพระพุทธศาสนา
1. พากเพียรอดทน
นายสิงห์แก้ว มโนเพ็ชร์ ได้ประดิษฐ์ผลงานด้านการทำตุง ทำโคมต่างๆ ออกมาอยู่เรื่อยอย่างไม่ยอมละทิ้ง งานส่วนใหญ่ที่จัดทำขึ้นในพิธีกรรมต่างๆ เช่น ทำตุงสามหางในงานศพ ทำโคม ในงานบุญ ล้วนเป็นงานที่ทำให้ผู้มาขอร้องโดยไม่มีสินจ้างตอบแทน นับว่าเป็นการสร้างผลงานที่คุณค่ายิ่งของชาวล้านนา โดยที่ยังคงสืบต่อไปจนถึงรุ่นลูกรุ่นหลาน เป็นการสร้างผลงานที่สั่งสมประสบการณ์มาเป็นเวลาหลายสิบปี อาศัยความอดทนและความพากเพียรที่จะพัฒนาฝีมือในการทำงานสร้างสรรค์ผลงานใหม่ๆ และผลงานแบบดั้งเดิมให้เป็นที่รู้จักแก่คนเชียงใหม่ ให้คนเชียงใหม่ ได้รู้สึกภาคภูมิใจในศิลปวัฒนธรรมอันดีงามของล้านนาเรา
นายสิงห์แก้ว มโนเพ็ชร์ ได้เข้าร่วมกิจกรรมทางวัฒนธรรมมาโดยตลอด เพื่อเป็นการเผยแพร่และอนุรักษ์ศิลปวัฒนธรรมของล้านนา ในวันที่ 7 พฤษภาคม 2543 ณ บริเวณศาลากลางจังหวัดเชียงใหม่ โดยการให้ความร่วมมือสาธิตการทำโคมล้านนาและตัดตุงด้วยลวดลายต่างๆ ในงานเลี้ยงรับรองผู้เข้าร่วมการประชุมสภาธนาคารพัฒนาเอเชีย (ADB) จากการเชิญของสภาวัฒนธรรม จังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งเป็นผู้จัดแสดงทางวัฒนธรรม นอกจากนี้ยังได้เข้าร่วมกิจกรรมในงานสืบสานล้านนามาโดยตลอด ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2540 ครั้งสุดท้าย ครั้งที่ 5 ในวันที่ 5-8 เมษายน 2544 ณ โรงเรียนสืบสานภูมิปัญญาล้านนา ซึ่งนายสิงห์แก้ว มโนเพ็ชร์ ได้รับเชิญเพื่อสาธิตการตัดตุง การทำโคม ในซุ้มของครูภูมิปัญญาล้านนาและได้เข้าร่วมในโครงการทัวร์ป่าศึกษาธรรมชาติดอยเชียงดาว และปักตุงสืบสานแผ่นดินล้านนา ครั้งที่ 2 ในวันที่ 9 มกราคม 2543 ณ สำนักส่งเสริมศิลปวัฒนธรรมของกลุ่มรักษ์ล้านนา เพื่อเป็นกิจกรรมส่งเสริมสำนึกที่ดีต่อแผ่นดินอันเป็นถิ่นที่อยู่อาศัยของตน ส่งเสริมจริยธรรม ศีลธรรมอันดีงาม ให้เกิดขึ้นในกลุ่มเยาวชนในสถาบันทางการศึกษาต่างๆ ซึ่งในการจัดกิจกรรมครั้งนี้มีการจัดอบรมให้ความรู้ทางด้านอนุรักษ์ และสอดคล้องเข้าสู่พิธีกรรมของชาวล้านนาซึ่งจัดให้มีการปักตุงสืบสาน เพื่อถวายทานตามความเชื่อของล้านนา ได้ร่วมเป็นเกียรติในพิธีเปิดงาน “ซะพะสล่าบ้านเฮา” และพิธีเชิดชูเกียรติผู้มีผลงานดีเด่นทางวัฒนธรรมระดับจังหวัดเชียงใหม่ ในวันศึกร์ที่ 30 ตุลาคม 2541 ณ สนามฟุตบอล สถาบันราชภัฎเชียงใหม่ นอกจากนี้ก็ได้เข้าร่วมพิธีดำหัว พ่อครู แม่ครู ในวันพุธที่ 2 พฤษภาคม 2544 ณ เรือนอนุสารสุนทรสถาบันราชภัฏเชียงใหม่ ในการจัดพิธีดำหัวและไหว้ครูศิลปพื้นบ้านล้านนา อันเป็นสิ่งที่บ่งบอกถึงความเจริญรุ่งเรืองทางภูมิปัญญาของคนล้านนา สืบทอดในลักษณะครูสู่ลูกศิษย์มาหลายชั่ว อายุคนเพื่อเป็นการสืบสานประเพณีให้คงอยู่คู่สังคมล้านนาต่อไป
2. เสริมสร้างคนดี
นายสิงห์แก้ว มโนเพ็ชร์ ผู้ที่มีผลงานดีเด่นทางวัฒนธรรมและเป็นผู้เชี่ยวชาญในด้านการตัดตุงและทำโคม นอกจากนี้ยังเป็นผู้มีความรู้ทางด้านประเพณีและพิธีกรรมของชาวล้านนา ถือได้ว่าเป็นระดับบรมครูหรือชาวล้านนาเรียกว่า พ่อครู ได้เข้าร่วมงานในการจัดทำโครงการ “โฮงเฮียนสืบสานภูมิปัญญาล้านนา” ขึ้น ในวันเสาร์ที่ 17 มิถุนายน 2543 ณ โฮงเฮียนสืบสานภูมิปัญญาล้านนา ซึ่งในการจัดทำโครงการนี้ขึ้นก็เพื่อศึกษาและรวบรวมองค์ความรู้พื้นบ้านล้านนาในแขนงต่างๆ จากพ่อครู แม่ครู และช่างพื้นบ้านต่างๆ ที่มีอยู่ในชุมชนล้านนา และมีการจัดการสอนให้กับผู้ที่สนใจทั้งในระยะสั้นและระยะยาว ซึ่งสอนโดยพ่อครูแม่ครู และนายสิงห์แก้ว มโนเพ็ชร์ ก็เป็นบุคคลหนึ่งที่ได้สอนภูมิปัญญาอันล้ำค่านี้ให้กับเยาวชนและผู้ที่สนใจ ถือว่าเป็นการเสริมสร้างบุคลากรของเชียงใหม่ ให้มีคุณภาพมากยิ่งขึ้น
นายสิงห์แก้ว มโนเพ็ชร์ ได้ไปเป็นวิทยากรบรรยายความรู้ให้กับนักเรียนชมรมสายน้ำปิง และภูมิปัญญาท้องถิ่น 16 คน และตัวแทนรวม 32 คน ในหัวข้อเรื่อง ตุง ธงในระบบความเชื่อล้านนาโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้นักเรียนเกิดการเรียนรู้ในวิธีการประดิษฐ์และการนำไปใช้ในพิธีกรรมต่างๆ เข้าใจในวัฒนธรรมท้องถิ่น และได้ซึมซับวัฒนธรรมท้องถิ่น ซึ่งจะนำไปสู่การหวงแหนและอนุรักษ์สิ่งที่มีค่ายิ่งต่อชุมชนของตนต่อไป ในวันที่ 1 สิงหาคม 2543 ณ ห้องประชุมกลางอาคารห้องสมุดโรงเรียนมงฟอร์ดวิทยาลัยแผนกมัธยม และได้ไปเป็นวิทยากรฝึกอบรมให้กับสถาบันและหน่วยงานต่างๆ อีกหลายแห่ง เช่น โรงเรียนวัฒโนทัยพายัพ ในวันอังคารที่ 5 กันยายน 2543 ณ หอสมุดกลางกาญจนาภิเษก โรงเรียนเชียงดาวพิทยาคม ระหว่าง วันที่ 29-30 มีนาคม 2542 สำนักส่งเสริมศิลปวัฒนธรรม มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ระหว่างวันที่ 10-12 พฤศจิกายน ณ สำนักส่งเสริมศิลปวัฒนธรรมมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ (เรือนไทยลื้อ) ในงานนิทรรศการสานฝันวันรอยยิ้ม สวยสานสายใยร้อยใจทุกคน ร่วมกับผู้พิการและผู้ด้อยโอกาส ในวันที่ 4 ธันวาคม 2542 ณ คณะทันตแพทย์ศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ในวันที่ 4-8 กุมภาพันธ์ 2541 การจัดการอบรมในโครงการ “อบรมศิลปะงานกระดาษพื้นบ้านล้านนาแก่นักเรียนนักศึกษา” ณ อาคารสำนักศิลปวัฒนธรรมสถาบันราชภัฏเชียงราย เป็นต้น
ในการที่นายสิงห์แก้ว มโนเพ็ชร์ ได้ไปเป็นวิทยากรบรรยายให้กับสถาบันต่างๆ นั้น เป็นการส่งเสริมและเผยแพร่ศิลปวัฒนธรรมท้องถิ่นที่อยู่คู่ชาวล้านนามาหลายร้อยปี เป็นการสร้างจิตสำนึกให้เยาวชนในสถาบันได้เปลี่ยนแปลงวิถีชีวิตตามกระแสการพัฒนา ยังส่งผลให้ผู้คนเริ่มเหินห่างจาก ธรรมชาติและละทิ้งพิธีกรรมอันเป็นสายใยให้ผู้คนได้ใกล้ชิดธรรมชาติ และความสัมพันธ์อันสำคัญตามหลักในพระพุทธศาสนาไปในที่สุด
ด้วยเหตุนี้ศิลปะการตัดกระดาษจึงถูกลืมเลือน เมื่อไม่ได้รับการสืบสานเหมือนงานศิลปะแขนงอื่น นับวันผู๔เชี่ยวชาญในงานตัดกระดาษจะลดเหลือน้อยลงและถ้าหากไม่มีการอนุรักษ์และสืบสาน โดยการถ่ายทอดความรู้ ซึ่งนายสิงห์แก้ว มโนเพ็ชร์ เป็นบุคคลหนึ่งที่ยังคงสืบทอดและได้ถ่ายทอดให้กับคนรุ่นลูกรุ่นหลานต่อไป เป็นการเสริมสร้างผู้ที่มีฝีมือทางด้านศิลปหัตถกรรมของชาวล้านนาให้คงอยู่ต่อไป
3. รู้รักสามัคคี
นายสิงห์แก้ว มโนเพ็ชร์ ได้เข้าร่วมประชุมสัมมนา ในเรื่องยี่เป็งสมโภชเชียงใหม่ 700 ปีในวันที่ 22 พฤศจิกายน 2539 ณ ห้องจอมทอง ศูนย์การค้าเชียงอินทร์พลาซ่า จังหวัดเชียงใหม่ เพื่อศึกษาและทำความเข้าใจกับประเพณียี่เป็งล้านนา เพื่อให้เกิดความรักและภูมิใจในศิลปะและวัฒนธรรมท้องถิ่น และเพื่อเป็นการสมโภช 700 ปี เมืองเชียงใหม่ จะเห็นได้ในงานประเพณียี่เป็งของชาวล้านนา เป็นการแสดงให้เห็นถึงอารยธรรมอันดีงามของชาวล้านนาในเดือนยี่เป็งของชาวล้านนานี้มักมีหลากหลายกิจกรรมอาทิ การเทศน์มหาชาติ (ตั้งธรรมหลวง) ซึ่งจะประดับตกแต่งบริเวณวัด และวิหารด้วยต้นกล้วยต้นอ้อย วัดต่างๆ ก็ประดับตกแต่งประตูป่าอย่างสวยงาม มีโคมค้าง โคมแขวน โคมผัดโคมลอย ว่าว บอกไฟ การจุดผางประทีบ การส่งเครื่องสังเวยลอยตามมา ซึ่งเป็นการร่วมแรงร่วมใจกันรักษาประเพณีวัฒนธรรมอันดีงามไม่ให้ล่มสลายของชาวล้านนา
นอกจากนี้ได้เข้าร่วมเป็นวิทยากรในโครงการทัวร์ป่าศึกษาธรรมชาติดอยเชียงดาว และปักตุงสืบสานแผ่นดินล้านนา ซึ่งเป็นการสร้างสำนึกที่ดีต่อแผ่นดินอันเป็นถิ่นที่อยู่อาศัยของตนส่งเสริมจริยธรรมสร้างความสามัคคีสมัครสมานให้เกิดขึ้นภายในกลุ่มเยาวชนในสถาบันการศึกษาต่างๆ ในเรื่องของความรู้ทางด้านการอนุรักษ์และให้ทราบถึงคุณค่าของตุง โคม ที่มีความสำคัญสอดคล้องกับพิธีกรรมล้านนาอย่างไร และชักจูงให้เยาวชนมีความสนใจในศิลปวัฒนธรรมท้องถิ่นและนึกรักมากยิ่งขึ้น ซึ่งในการเข้าร่วมเป็นวิทยากรในโครงการนี้ เป็นการเข้าร่วมเพื่อเป็นการอนุรักษ์และเผยแพร่ศิลวัฒนธรรมเพื่อให้เยาวชนเกิดความสมัครสมานสามัคคีมิใช่เพื่อชื่อเสียงหรือเกียรติยศของตัวเองใดๆ การได้รับเชิญเป็นวิทยากรในโครงการพิเศษสำหรับเด็กอายุ 4-12 ปี เพื่อให้เด็กได้ใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์ เกิดความสามัคคี พร้อมทั้งได้รับความรู้จากบุคคลที่มีความเชี่ยวชาญในด้านการตัดกระดาษล้านนา ในวันที่ 4 เมษายน 2540 ทำให้เด็กๆ ได้รับความรู้และประโยชน์อย่างสูงสุดในโครงการ นายสิงห์แก้ว มโนเพ็ชร์ ได้ทำงานทุ่มเทให้กับงานวัฒนธรรมและได้ส่งเสริมให้เยาวชนได้เกิดความสมัครสมานสามัคคีกันอีกด้วย
4. มีน้ำใจ
นายสิงห์แก้ว มโนเพ็ชร์ บุคคลผู้มีความเชี่ยวชาญทางด้านการตัดตุง ทำโคมได้เป็นผู้ที่ให้ความรู้แก่ผู้ที่สนใจ โดยไม่มีการหวงวิชาหรือเรียกร้อยสิ่งตอบแทนแต่อย่างใด นับว่าเป็นผู้ที่มีน้ำใจต่อสังคม นอกจากนี้ยังได้นำตุงและโคมที่เป็นผลงานของตัวเองเข้าร่วมในงานทางวัฒนธรรมโดยตลอด โดยไม่มีการปฏิเสธเข้าช่วยงานสังคมด้วยความเต็มใจ นายสิงห์แก้วได้เข้าร่วมงานฟันสวยยิ้มใส ของคณะทันตแพทย์ศาสตร์ร่วมกับสโมสรนักศึกษาคณะทันตแพทย์ศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เป็นการจัดนิทรรศการและให้บริการทันตกรรมแก่ผู้ด้อยโอกาส เพื่อเฉลิมฉลองเนื่องในวโรกาสพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงเจริญพระชนมพรรษาครบ 6 รอบ และได้เผยแพร่ความรู้ทางวิชาการเกี่ยวกับทันตสุขภาพให้กับนักเรียนนักศึกษา และประชาชนทั่วไป ในระหว่างวันที่ 6-8 กุมภาพันธ์ 2541 ณ อาคารสำนักศิลปวัฒนธรรม มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ นายสิงห์แก้ว มโนเพ็ชร์ ก็ได้ให้ความร่วมมืออย่างเต็มที่ในการให้ความรู้เกี่ยวกับศิลปะในการตัดตุง ตัดกระดาษ ให้กับนักศึกษาและได้ให้ความรู้และเน้นผู้ตรวจสอบเครื่องมือ และให้ข้อเสนอแนะ ในการทำวิจัยได้เป็นอย่างดี ให้กับนางวิชวดี ทวีทรัพย์ นักศึกษาบัณฑิตศึกษา สาขาวิชาอาชีวศึกษา มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ซึ่งได้เล็งเห็นว่า นายสิงห์แก้ว มโนเพ็ชร์ เป็นผู้ที่มีความรู้ความสามารถประสบการณ์ที่เหมาะสมในการทำวิจัยในหัวเรื่อง “อาชีพการทอตุงใย” บ้านแท่นดอกไม้ อำเภอจอมทอง จังหวัดเชียงใหม่
นายสิงห์แก้ว มโนเพ็ชร์ยังอนุญาตให้นักเรียนเข้าศึกษาดูงานเพื่อประกอบการศึกษาวิชาโครงงานอาชีพ เนื่องจากมีนักเรียนโรงเรียนนวมินทราชูทิศพายัพส่วนหนึ่ง มีความสนใจในโครงงานศิลปล้านนาด้านการตัดกระดาษทำตุงเป็นอย่างมาก ซึ่งนายสิงห์แก้วก็ได้ให้ความรู้ทางด้านการตัดตุง การดำรงชีวิตในสังคม ตลอดจนพิธีกรรมล้านนาต่างๆ เพื่อส่งเสริมความรู้ให้กับนักเรียนได้เป็นอย่างมากนอกจากนี้ นายสิงห์แก้ว มโนเพ็ชร์ ได้กรุณามอบหนังสือ “ลายตัดดอกตุง” จำนวน 1 เล่มให้กับศูนย์ศิลปวัฒนธรรม สถาบันราชภัฏเชียงใหม่ เพื่อเป็นประโยชน์แก่นักศึกษาและผู้ที่สนใจต่อไป จึงเห็นได้ว่านายสิงห์แก้ว มโนเพ็ชร์ เป็นผู้ที่มีน้ำใจช่วยเหลือโดยไม่หวังสิ่งตอบแทนเพียงเพื่ออนุรักษ์คงไว้ซึ่งศิลปวัฒนธรรมอันดีงามของล้านนา
5. ใฝ่ประหยัด
5.1 นายสิงห์แก้ว มโนเพ็ชร์ ได้สนับสนุนให้มีการใช้ชุดผ้าพื้นเมือง ซึ่งนายสิงห์แก้วก็เป็นแบบอย่างที่ดีในการปฏิบัติตน ด้วยการแต่งกายด้วยชุดพื้นเมืองเสมอ
5.2 การใช้ทรัพยากรและเวลาให้เป็นประโยชน์มากที่สุด กล่าวคือ นายสิงห์แก้ว จะใช้เวลาว่างในการตัดตุงกระดาษและทำโคม ในการทำก็จะใช้พื้นที่ของกระดาษที่ใช้ให้ได้ประโยชน์มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ ทั้งยังอธิบายวิธีการตัดกระดาษให้แก่ผู้ที่เข้ามาฝึกฝนและเรียนรู้วิธีการตัดกระดาษให้ประหยัดอีกด้วย
5.3 รักษาทรัพย์สินของตัวเอง รักษาสิ่งของเครื่องใช้ให้ใช้การได้ดีเสมอ เช่น ตุงชนิดต่างๆ ก็จะถูกจัดเก็บเอาไว้เป็นอย่างดี พร้อมที่จะนำมาใช้การได้เสมอ โคมก็เช่นเดียวกัน และเมื่อเห็นส่วนใดชำรุดก็จะนำมาซ่อมแซม เพื่อนำกลับมาใช้ได้อีก
5.4 ใช้จ่ายอย่างประหยัด โดยยึดหลักเศรษฐกิจพอเพียงไม่เสพของมึนเมาและสิ่งที่ให้โทษต่อร่างกาย ตลอดจนไม่ใช้จ่ายเงินสุรุ่ยสุร่าย ส่วนมากจะเป็นค่าใช้จ่ายในการทำตุงและโคมเสียมากกว่าซึ่งก็เพื่อการอนุรักษ์ศิลปวัฒนธรรมของล้านนาให้ยังคงอยู่
6. ซื่อสัตย์สุจริต
นายสิงห์แก้ว มโนเพ็ชร์ เป็นผู้มีศีลธรรมยึดตามหลักคำสอนของพุทธศาสนา และ ไม่เคยมีประวัติด่างพร้อยไม่ว่าจะเป็นเรื่องใดๆ จะเห็นได้ว่านายสิงห์แก้วจะเป็นที่รักใคร่ของชาวบ้านที่อยู่ในละแวกเดียวสกัน เนื่องด้วยความซื่อสัตย์สุจริตของนายสิงห์แก้วนั่นเอง และยังได้รับความเลื่อมใสศรัทธาในการวางตัวและความเป็นผู้ใหญ่ อีกทั้งยังมีความรู้ด้านพิธีกรรมต่างๆ ของล้านนาไม่ว่าจะเป็นพิธีฮ้องขวัญ ทุกวันพระนายสิงห์แก้ว มโนเพ็ชร์จะเป็นผู้นำสวดมนต์ทุกครั้ง ในพิธี ฮ้องขวัญในงานพิธีกรรมต่างๆ ในหลายๆ งาน เนื่องจากสังคมให้การยอมรับและให้ความไว้วางใจ ศรัทธาในความที่เป็นคนยึดมั่นถือมั่นในหลักธรรมของพุทธศาสนา มาโดยตลอด
7. เศรษฐกิจพอเพียง
นายสิงห์แก้ว มโนเพ็ชร์ ได้รณรงค์ให้ประชาชนชาวเชียงใหม่ได้หันมาใช้ของพื้นเมือง ซึ่งผลิตด้วยคนล้านนา คนเชียงใหม่ เป็นการช่วยเหลือคนเชียงใหม่ให้มีรายได้โดยการที่นายสิงห์แก้วนั้นได้เป็นแบบอย่างที่ดีในการแต่งกาย ไม่ว่าจะเป็นงานทางวัฒนธรรม หรือว่าอยู่กับบ้าน นายสิงห์แก้วก็ยังคงแต่งกายด้วยชุดพื้นเมืองมาโดยตลอด นอกจากนี้ยังได้ชักจูงให้บุคคลอื่นหันมาแต่งกายด้วยชุดพื้นเมืองอีกด้วย ถือว่าเป็นการปฏิบัติตัวตามคำกล่าวที่ว่า “กินของไทย ใช้ของไทย” นอกจากจะเป็นการช่วยเหลือชุมชนให้มีรายได้แล้ว ยังเป็นการสร้างจิตสำนึกให้สังคมหันมาสนใจ และนึกรักในวัฒนธรรมของตัวเองได้อีกทางหนึ่ง เนื่องจากเราต้องมีความภูมิใจในการใช้ของพื้นเมืองว่าในแผ่นดินล้านนาของเรา ก็ยังมีสิ่งที่มีคุณค่าควรแก่การสืบทอด และเผยแพร่ให้ยังคงสืบสานสู่ลูกหลานอีกต่อไป
8. เรียงร้อยไมตรี
นายสิงห์แก้ว มโนเพ็ชร์ ได้รับเชิญเป็นกรรมการตัดสินการประกวดกระทงเล็กประจำปี 2543 ในงานประเพณีเดือนยี่เป็งเชียงใหม่ในวันที่ 11 พฤศจิกายน 2543 ซึ่งในการประกวดกระทงเล็ก นั้นเป็นการเรียงร้อยไมตรีของสถาบันและหน่วยงานตลอดจนหมู่บ้านเล็กๆ ได้เข้ามาทำกิจกรรมร่วมกัน มีจุดประสงค์เดียวกัน และก่อนที่จะมีการประกวดกระทงก็จะต้องมีการสร้างกระทงซึ่งสร้างมาด้วยความตั้งใจ ความร่วมแรงร่วมใจของผู้ทำ นอกจากจะเป็นคณะกรรมการการตัดสินประกวดกระทงแล้ว ยังได้เป็นคณะกรรมการตัดสินขบวนโคม ซึ่งเป็นด้านที่นายสิงห์แก้วเชี่ยวชาญมากที่สุด ได้เข้าร่วมเป็นคณะกรรมการตัดสินใจหลายครั้ง ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2532 นับว่าเป็ฯเวลานานแล้วที่นายสิงห์แก้วได้ทำงานเพื่อสังคมให้มีความสมัครสมานสามัคคีต่อกัน และมีความสำนึกรักในประเพณีอันดีงามของล้านนาภายในเทศกาลโคมยี่เป็งในหลายๆ ครั้งที่ผ่านมา นายสิงห์แก้ว ก็ได้เข้าร่วมเป็นคณะกรรมการมาโดยตลอด ซึ่งงานโคมยี่เป็งกิจกรรมหนึ่งในเทศกาลยี่เป็งที่มีการอนุรักษ์อีกทั้งยังช่วยส่งเสริมอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวของจังหวัดเชียงใหม่ ในบริเวณย่านไนท์บาร์ซาร์ จังหวัดเชียงใหม่ นอกจากเป็นกรรมการในเทศกาลยี่เป็งแล้ว ยังมีงานประกวดตัดตุง ล้านนา ณ ศูนย์การค้าแอร์พอร์ตพลาซ่า เชียงใหม่ ในวันที่ 10-11 เมษายน 2542 อีกด้วย
9. หวังดีมีเมตตา
ในงานโครงการอบรมศิลปะการตัดกระดาษแบบล้านนา จัดโดยสำนักส่งเสริมศิลปวัฒนธรรม มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เพื่อเผยแพร่ความรู้และทักษะในการตัดกระดาษแบบล้านนา อนุรักษ์และสืบสานศิลปะอันมีค่าของล้านนาให้สืบทอดต่อไป ซึ่งวิทยากรในการฝึกอบรมครั้งนี้ ก็คือนายสิงห์แก้ว มโนเพ็ชร์ที่ได้ให้ความรู้กับนักเรียน นักศึกษา และผู้ที่สนใจ ให้มีการเผยแพร่ออกไปในวงกว้าง อีกทั้งยังเป็นการสร้างจิตสำนึกที่ดีให้กับนักเรียน นักศึกษา ให้ตระหนักถึงความสำคัญของศิลปะในด้านนี้นายสิงห์แก้ว ยังได้ให้ความรู้เกี่ยวกับการแต่งค่าวฮ่ำและประเพณีพิธีกรรมล้านนาต่างๆ ในโครงการวิจัยเรื่อง “แนวทางฟื้นฟูและเผยแพร่วัฒนธรรมพื้นบ้านเข้าสู่ระบบการศึกษา” การจัดทำต้นแบบงานหัตถกรรมพื้นบ้าน เพื่อเป็นการแลกเปลี่ยนความรู้ระหว่างครู-อาจารย์ที่สอนในวิชากลุ่มการงานอาชีพระดับมัธยมศึกษาให้มีทักษะในด้านงานหัตถกรรมเพิ่มมากขึ้น
นอกจากนี้ก็ได้ไปเป็นวิทยากรให้ความรู้ ในด้านการตัดกระดาษ ตัดตุง ทำโคม ในอีกหลายๆ หน่วยงานหรือสถาบัน ไม่ว่าจะเป็นภาครัฐหรือเอกชน โดยจุดประสงค์เพื่ออนุรักษ์และเผยแพร่ศิลปวัฒนธรรมล้านนาให้ยังคงสืบต่อไปในหมู่ชนรุ่นหลัง
5.2 ด้านการบำเพ็ญประโยชน์ต่อสังคม
นายสิงค์แก้ว มักจะถูกรับเชิญจากสถาบันการศึกษาหรือหน่วยงานองค์กรต่างๆ ให้เป็นผู้สาธิตการสอนโคมตุง อยู่อย่างสม่ำเสมอ ด้านภาษาและวรรณกรรมยังมีความโดดเด่น
นายสิงห์แก้ว จึงได้เป็นอาจารย์เรียกขวัญอาคันตุกะของจังหวัดเชียงใหม่เสมอมา ด้วยความใฝ่รู้และทรงภูมิปัญญา จึงทำให้พ่อน้อยสิงห์แก้วมีความรู้ในเรื่องวัฒนธรรมล้านนาได้เป็นอย่างดี จึงได้รับเชิญเป็นวิทยากรบรรยายออกวิทยุและโทรทัศน์เป็นประจำ
จากการที่ได้ไปสอนให้แกสถาบันต่างๆ ทั้งการศึกษาในระบบและนอกระบบ และตามอัธยาศัย ลูกศิษย์ส่วนใหญ่สามารถสร้างผลงานหัตถศิลป์การทำโคม – ตุง ล้านนาได้เป็นอย่างดี มีการพัฒนารูปแบบสร้างสรรค์ผลงานโดยการปรับประยุกต์ได้เหมาะสม นายสิงห์แก้วเน้นให้คิดออกแบบและสร้างสรรค์ มีการทำลายประยุกต์ตกแตงตามบอร์ดนิทรรศการหรือตกแต่งอย่างอื่นนอกเหนือจากการทำโคม-ตุง และผ่านมาปัจจุบันลูกศิษย์นายสิงห์แก้ว มีจำนวนไม่ต่ำกว่า 10,000 คน และสามารถเป็นครูสอนให้กับผู้อื่นได้ และมีหลายคนที่ประกอบเป็นอาชีพ
จากการที่ได้ไปสอนตามที่ต่างๆ กลุ่มงานหัตถศิลป์ที่ถือว่าเป็นภูมิปัญญาล้านนานั้นการเผยแพร่ในรูปแบบต่างๆ ที่นายสิงห์แก้วได้ทำนั้น สามารถเห็นผลและประเมินผลได้ทันที ผู้ที่เรียนจะต้องมีผลงานทุกชิ้นที่ได้เรียนมาแสดงให้เห็นว่าทำได้ และสามารถใช้ประโยชน์ได้จริง
5.3 ด้านวิชาการ
นายสิงห์แก้ว มโนเพ็ชร์ ใช้วิธีการสอนให้ผู้อื่นตามหลักขั้นตอนที่ร่ำเรียนมาแต่โบราณ ลูกศิษย์จะต้องนับถือครูอาจารย์เป็นสำคัญ และที่สำคัญจะต้องเรียนรู้อย่างละเอียดถึงประวัติความเป็นมา การใช้สอย จารีตวัฒนธรรมความเชื่อที่สอดคล้อง รวมถึงการอนุรักษ์ธรรมชาติ การใช้วัสดุอุปกรณ์ให้คุ้มค่าไม่ให้เหลือทิ้งเลย และจะสอนสอดแทรกคำสอนโบราณ เช่น คำบ่าเก่า นิทาน ซอ ค่าวฮื่อ ไปด้วย การทอดไปในทุกระดับชั้นสอนในวัด ในโรงเรียน และที่ต่างๆ ไม่ว่าไกลหรือใกล้และยังสอนที่บ้านอีกด้วย ผู้รับการถ่ายทอดมีตั้งแต่เด็กเล็กๆ ในโรงเรียนประถม มัธยมศึกษา จนถึงระดับอุดมศึกษาทั่วไป และมีผู้สนใจทั่วไปขอมาเรียนกับนายสิงห์แก้ว และได้รับการอนุเคราะห์สอนให้ทุกคน ไม่ว่าจะเป็นสงฆ์หรือศรัทธาวัดต่างๆ รวมถึงชาวต่างประเทศ ซึ่งถ้าพูดไปแล้วนายสิงห์แก้วสอนให้แก่สถาบันการศึกษาในระบบและนอกระบบรวมถึงการศึกษาตามอัธยาศัย โดยไม่จำกัดเงื่อนไขใดๆ เลย เต็มใจสอน ถึงแม้ว่าปัจจุบันจะมีอายุมากแล้ว ก็ยังทำหน้าที่นี้อยู่ นายสิงห์แก้ว มโนเพ็ชร์ได้สอน และเผยแพร่ไม่ปรากฏเป็นเครือข่ายเด่นชัด แต่ปรากฏมีลูกศิษย์จำนวนมากที่ได้รับความรู้จากนายสิงห์แก้ว และสามารถนำมาสอนเผยแพร่ต่อได้ โดยเฉพาะผู้ที่เป็นครูอาจารย์ก็นำไปสอนและเผยแพร่ในสถานศึกษาต่อได้ หลายคนก็นำไปสอนต่อในชุมชน และยังตั้งเป็นชุมชน เช่น ชมรมโคม-ตุงล้านนา โฮงเฮียนสืบสานภูมิปัญญาล้านนา
6. บทสรุป
จากผลงานที่กล่าวมาจะเห็นว่า นายสิงห์แก้ว มโนเพ็ชร์ เป็นบุคคลที่มีส่วนสำคัญในการอนุรักษ์ ส่งเสริม และฟื้นฟู ศิลปวัฒนธรรม ตลอดจนใช้ความรู้ความสามารถ ประสบการณ์สร้างผลงานอันเป็นประโยชน์ต่อสังคมเป็นอย่างดียิ่ง
จะเห็นได้ว่า นายสิงห์แก้ว มโนเพ็ชร์ เป็นตัวอย่างของผู้สูงอายุในด้านศิลปวัฒนธรมพื้นบ้านและยังคงมีวิถีชีวิตของชาวล้านนามีความโอบอ้อมอารี มีวาจาสุภาพนุ่มนวล งานที่ชำนาญก็คือ การทำตุง (ธง) การตัดกระดาษในการสาธิตนั้น มักจะมีผู้สนใจในงานศิลปะการตัดกระดาษเป็นลวดลาย ซึ่งนายสิงห์แก้ว มโนเพ็ชร์ จะยินดีสอนให้โดยไม่ปิดบัง ด้วยเกรงว่าศิลปะนี้จะสูญหายไปเพราะเป็นงานที่ต้องมีใจรัก และไม่อาจจะใช้ประกอบอาชีพได้ เนื่องจากเป็นงานทางวัฒนธรรมที่ทำในแต่ละโอกาสเท่านั้น
จึงกล่าวได้ว่า นายสิงห์แก้ว มโนเพ็ชร์ นอกจากจะเป็นผู้มีความเชี่ยวชาญในศิลปะการตัดตุง (ธง) การทำโคมแบบพื้นบ้านดั้งเดิมแล้ว ยังเป็นผู้เผยแพร่ความรู้สู่สังคม ด้วยการเป็นวิทยากร เพื่อสาธิต สอนให้แก่เยาวชนที่สนใจ ตลอดจนให้ข้อมูลอันเป็นความรู้แก่นักวิชาการในการวิจัยและจัดทำโครงการ เพื่อนำความรู้ทางด้านนี้ไปสู่เยาวชนอย่างเป็นระบบในโรงเรียน นอกจากนี้ยังเป็นผู้รอบรู้ทางด้านวัฒนธรรมพื้นบ้านล้านนา ในด้านพิธีกรรมต่างๆ ทั้งเป็นผู้ปฏิบัติตนให้เป็นแบบอย่างแก่สังคม สมควรได้เชิดชูเกียรติคุณให้ปรากฏสืบไป